Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Sisters กระสือสยาม เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแอคชั่น-แฟนตาซี-ระทึกขวัญ กำกับโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว โดยภาพยนตร์ได้นำความเชื่อเรื่อง ผีกระสือ มาตีความใหม่ ผลิตโดยบีเอ็นเคโฟร์ตีเอต ฟิล์ม บาแรมยู และจัดจำหน่ายโดยสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล นำแสดงโดย พลอยยุคล โรจนกตัญญู และ นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล เข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562 ว่าด้วยเรื่องราวของสองพี่น้องที่ฝ่ายพี่ต้องหาทางปกป้องน้องสาวจากนางพญากระสือ เรื่องราวความรักความผูกพันของสองสาวพี่น้อง คนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า ขณะที่อีกคนต้องยอมพลีทั้งชีวิตฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาตญาณนักฆ่า โมรา (มิวนิค นันท์นภัส) สาวน้อยวัย 16 ปี เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติกับร่างกายของเธอที่ออกอาการจนน่าสงสัยมากขึ้นทุกที เธอกำลังถูก “ราตรี” (หญิง รฐา) นางพญากระสือที่ดำรงชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวบนโลกมนุษย์มานาน หมายเอาชีวิตจากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับตระกูลของพวกเธอ จึงถึงเวลาที่ วีณา (โจ้ พลอยยุคล) พี่สาวผู้ยอมเสียสละทั้งชีวิต ต้องออกโรงปกป้องน้องสาวผู้อ่อนแอ ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเหล่าศัตรู ก่อนที่จะต้องสูญเสียน้องสาวไปตลอดกาล ร่วมด้วย ฟลุท ชินพรรธน์ กิติชัยวรางค์กูร และ ชิม่อน วชิรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์ ปะทะนักแสดงมากฝีมือ หญิง รฐา โพธิ์งาม และ ต๊อก ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ ฯลฯ การต่อสู้กับชะตากรรมที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง… ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร นักแสดงและตัวละคร พลอยยุคล โรจนกตัญญู รับบท วีณา เด็กสาวผู้นิ่งขรึม ทำตามคำสั่งสอนของลุงอย่าง สิงห์ แอบชอบก้อง แต่อีกฝ่ายดันชอบน้องสาวตัวเองซะมากกว่า รักและเป็นห่วง โมรา น้องสาวเป็นอย่างมาก เธอยอมเสียสละชีวิตส่วนตัวเพื่อฝึกฝนวิชาปราบเหล่ากระสือคู่อริที่หวังเอาชีวิตและครอบครองร่างโมรา นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล รับบท โมรา เด็กสาวที่ชีวิตของเธอกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวัย 16 ปี เธอต้องฝืนใช้ชีวิตอย่างไม่เป็นอิสระเพื่อหลีกเลี่ยงการกลายร่างตามสายเลือดที่แท้จริงที่มีความผิดปกติทางร่างกายที่ยากจะคาดเดา บางครั้งก็แข็งแกร่ง บางครั้งก็อ่อนแอ บางครั้งก็มีความต้องการเพศตรงข้ามมากกว่าปกติ โดยเฉพาะกับ ก้อง ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่มีความรู้สึกดี ๆ ด้วย มองวีณา หลานของสิงห์ ผู้เป็นพ่อในฐานะพี่สาว แต่ก็ดื้อใส่บ้าง ตามประสาวัยรุ่นที่อยากทำอะไรตามใจตัวเอง รฐา โพธิ์งาม รับบท ราตรี นางพญากระสืออาฆาต ผู้สืบเชื้อสายมากว่าร้อยปี จนสามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้ โดยร่วมกับสายพันธุ์กระสือ เปิดสถาบันเสริมความงามใจกลางเมืองหลวงที่ฉากหน้าสวยงาม แต่แท้จริงแล้ว เป็นคลินิกทำแท้งที่น่าสะพรึง เพื่อออกหาเหยื่อ มีความแค้นส่วนตัวกับตระกูลของ “วีณา-โมรา” เธอใช้ชีวิตปะปนกับเหล่ามนุษย์อย่างไร้ร่องรอย ภารกิจสำคัญของเธอคือต้องออกตามล่าล้างแค้นและหมายร่างของโมรา ในยามที่เธอครบอายุ 16 ปี ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ รับบท สิงห์ หมอยาผู้มีวิชาอาคมอันเก่งกล้า ผู้กุมความลับของ โมรา ผู้เป็นลูกสาวคนเดียว และได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้แก่ วีณา ให้ต้องคอยต่อสู้เพื่อปกป้องน้องสาวจากเงื้อมมือปีศาจ ชินพรรธน์ กิติชัยวรางค์กูร รับบท ก้อง หนุ่มสุดฮอตที่ตกหัวใจสาวๆ ทั้งโรงเรียน รวมทั้ง “วีณา” เองด้วย แต่ก้องกลับชอบ “โมรา” ตั้งแต่แรกเห็น และเริ่มจีบเธอโดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะต้องเข้ามาพัวพันกับความลับของโมรา ที่จะนำภัยมาถึงตัว วชิรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์ รับบท แว่น รุ่นพี่เพื่อนของก้อง หนุ่มเนิร์ด ซื่อ ใส ไร้มลพิษ ผู้แอบชอบ “วีณา” มานานแต่ไม่กล้าบอก เขาคอยตามดูชีวิตความเป็นไปของเธออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แม้ว่าวีณาจะชอบก้องก็ตาม และเป็นผู้ช่วยเหลือวีณาโดยบังเอิญ อาภา ภาวิไล รับบท ดวงดาว น้องสาวของราตรี ผู้มีพลังแกร่งกล้าไม่แพ้กับพี่สาว วาสนา ชลากร รับบท ดวงดาว ภาคปัจจุบัน หญิงชราเก่าแก่ของเผ่าพันธุ์กระสือผู้มีชีวิตมากว่าร้อยปี ที่ราตรีพร้อมทุ่มทุกอย่างเพื่อให้แผนการล้างแค้นสำเร็จ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2562 มีการออกแอปพลิเคชันชื่อ SisterS HunterS แอปพลิเคชันเกมส์แนวอาร์เคด เกี่ยวกับการปราบกระสือ เพื่อเป็นการโปรโมทภาพยนตร์อีกช่องทางอีกด้วย หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างยั่วน้ำลายแนะนำสาวสาวพี่น้อง ตัวละครเอกของหนัง “กระสือสยาม” (Sisters) และให้ผู้ชมสงสัยว่าเรื่องราวน่าจะเกี่ยวกับอะไร สหมงคลฟิล์มก็เผยเรื่องย่อทางการออกมาครับ ซึ่งคล้ายกับที่เราเคยรายงานไป แต่เป็นคำพูดทางการจากผู้สร้างแทน และดูเมือนว่า พี่น้องคู่นี้มีคนหนึ่งคือกระสือ และอีกคนคือนักล่ากระสือ ดังนี้ครับ “เรื่องราวความรักความผูกพันของ “โมรา” และ “วีณา” สองสาวพี่น้อง เมื่อคนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า และอีกคนต้องยอมพลีทั้งชีวิตฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาตญาณนักฆ่า จากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับกระสือคู่อาฆาต สู่การต่อสู้กับชะตากรรมที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง…ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร” นอกจากเรื่องย่อแล้ว ก็ยังเผยภาพนิ่งแรกของรฐา โพธิ์งาม ในบทนางพญากระสือ ตัวร้ายของเรื่องด้วย นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล (มิวนิค BNK48) และ โจ้-พลอยยุคล โรจนกตัญญู คือนักแสดงผู้สวมบทโมรากับวีณา โดยมีนักแสดงสมทบได้แก่ ฟลุท-ชินพรรธน์ กิติชัยวรางค์กูร, ชิม่อน-วชิรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์, หญิง-รฐา โพธิ์งาม และ ต๊อก-ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ หนังกำกับโดยปรัชญา ปิ่นแก้ว มีกำหนดฉาย 4 เมษายนนี้ รีวิว อันที่จริงแล้วเราออกจะชอบคอนเซ็ปของ “กระสือสยาม” อยู่ไม่น้อยว่าถ้าหากกระสือมีชีวิตและอยู่ร่วมกับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน พวกมันจะมีสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตอย่างไร แต่น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้กลับไม่สามารถถ่ายทอดความน่าเชื่อใดๆ ให้เราสามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครในเรื่อง ตรรกะที่หนังพยายามบอกถึงการมีอยู่ของกระสือ หรือกระทั่งการต่อสู้ระหว่างกระสือและนักล่า หนังเปิดเรื่องราวมาที่ช่วงเวลาราว 15-20 ปีก่อน หนังเล่าถึงเรื่องราวรุ่นแม่ของวีณาและโมรา กิ่งผู้เคยเป็นแม่หมอที่พยายามดูแลน้องสาวอย่างสร้อยไม่ให้กลายร่างไปเป็นกระสือ แต่เมื่อน้องพบรักกับสิงห์ (ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ) การกลายร่างเป็นกระสือจึงสมบูรณ์ ระหว่างนั้นเองราตรี (รฐา โพธิ์งาม) ก็ต้องการน้องสาวของแม่วีณามาร่วมเป็นพวก แม่ของวีณาและโมราร่วมกันต่อสู้จนสิ้นลม สองทารกอย่างวีณาและโมรา ถูกสิงห์นำพาไปเลี้ยงดูในเมืองใหญ่ ระหว่างที่เติบโตวีณาก็ได้รับการสอนวิชาอาคมจากลุงสิงห์ เพื่อวันหนึ่งเธอจะได้ใช้สิ่งนี้ปกป้องโมราจากการตามล่าของราตรี หนังมีวิธีการวางพล็อตเรื่องแบบการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ตัวเอกของเรื่องจะมีความสามารถพิเศษในการต่อสู้ด้วยการใช้วิชาอาคม เพื่อปกป้องคนที่เธอรักให้ปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้าย ความสัมพันธ์เชิงพี่สาวน้องสาวที่ดูเป็นความผูกพันแบบผู้หญิงๆ แต่เมื่อหนังเริ่มดำเนินเรื่องไปสักระยะทุกอย่างก็เต็มไปด้วยความสะเปะสะปะ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดช่วงเวลาที่วีณาต้องอาศัยอยู่กับลุงในอพาร์ทเมนต์เก่าซอมซ่อ และมีสภาพเหมือนรังโจรมากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ที่เฮี้ยนไปกว่านั้นคือชั้น 3 ของตึกมีหญิงสาวที่ตายและกลายเป็นผีเฮี้ยนสิงอยู่! หนังดูเหมือนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเต็มไปหมด แต่เหมือนหนังดำเนินเรื่องไปสักระยะ เหตุการณ์หลายๆอย่างก็ไม่มีความคืบหน้า ตัวร้ายอย่างราตรีก็เหมือนจะหายจากจอหนังไปนานพอสมควร จนกระทั่งช่วงกลางเรื่องเราถึงจะได้ทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงของตามล่าโมรานั้นคืออะไร เราก็แทบจะหลุดขำออกมา เพราะมันช่างดูเป็นเหตุผลความแค้นที่ดูไม่ค่อยมีน้ำหนักเอาซะเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ อีกทั้งกว่าที่เราจะได้เห็นการปะทะกันของกระสือในกระสือสยาม เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง แถมงานซีจี เทคนิคพิเศษในหนังเรื่องนี้ก็เหมือนงานกราฟฟิกในหนังทุนต่ำราว 10 ปีที่แล้ว จนเราอาจจะกล่าวได้ว่า หนังอีกเรื่องอย่าง “แสงกระสือ” ทำงานกราฟฟิกออกมาได้ดีกว่า ละเมียดกว่า สวยกว่า ดีกว่าในทุกทาง ความสะเปะสะปะของบทภาพยนตร์ ยังไม่รวมไปถึงบทสนทนาที่ดูผิดที่ผิดทางผิดธรรมชาติของนักแสดง ยิ่งทำให้หนังมีสภาพ “น่ารำคาญ มากกว่าจะดูสนุก ตลอดทั้งเรื่องเราก็ได้แต่ทำหน้างง เกาหัวและสงสัยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในหนัง ความเกี่ยวโยงเชื่อมต่อของเหตุการณ์ ไปจนถึงฉากจบของเรื่องที่ดูพยายามจะให้อารมณ์อ่อนไหว ดราม่า แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับเป็นอีกอย่างไปซะได้

Thai HD
5 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ