Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

American hustle สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในยุค 80 เรื่องราวของศิลปินชายหนุ่ม ไอร์วิ่ง โรเซนเฟล์ด(รับบทโดย คริสเตียน เบล)ที่ต้องทํางานร่วมกับเจ้าหน้าที่ FBI ริชชี ดี มาโซ (รับบทโดย แบรดลีย์ คูเปอร์ ) เพื่อให้เปิดโปงและกําจัดการคอรัปชั่นให้หมดไปในดำเนินงานที่มีชื่อว่า ‘ABSCAM’ ซึ่งจะทําให้พวกเขาต้องเข้าไปพัวพันกับโลกมืดทั้งมาเฟีย การพนัน เหล่านักการเมืองที่ชั่วร้าย และแผนลับแผนลวงที่สุดเหลือเชื่อ ‘American Hustle’ บอกเล่าชีวิตของตัวละครกลุ่มหนึ่งที่ตะเกียกตะกาย “เอาตัวรอด” อยู่ในเมืองๆ หนึ่ง บางคนในกลุ่มนั้นถูกกระหน่ำซ้ำซัดเสียจนไม่เห็นหนทางใดจะเดินไปแบบ “ถูกกฎหมาย” ได้ นอกจากทางที่ “ผิดกฏหมาย” พวกเขาอาจรู้ว่ามันผิด แต่พวกเขาก็ยังเลือกจะทำมัน ด้วยจุดประสงค์และด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่พวกเขาอ้างมันกับตัวเอง ผู้กำกับฯ อย่าง David O. Russell (เจ้าของผลงานอย่าง ‘The Fighter’ และ ‘Silver Lining Playbook’) ผู้เก็บเก็บรวบรวมดาราหนังชื่อดังความสามารถดีมาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน แถมยังขับให้พวกเขาให้แสดงบทเด่นของตนเองออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ต้องขอชื่นชมเขาคนนี้จริงๆ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังนักมวยที่สู้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาพี่ชายผู้ไม่เอาไหน หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพวกขี้แพ้สองคนที่เดินมาพบกัน แต่หนังเรื่องนี้ก็มีใจความอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงไปยังเรื่องก่อนๆ หน้าเหล่านั้นได้ เออร์วิ่ง (Christian Bale) ลูกชายของคนขายกระจกที่ตกอับและสร้างจุดเปลี่ยนให้กับตนเองด้วยการเลือกฟุตบาทที่แตกต่าง เขาแปลงเป็นนักต้มตุ๋นผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ เขามีลูกมีเมียแล้วแต่แยกทางกัน โรซาลีน (Jennifer Lawrence) คุณคือผู้หญิงคนนั้น แต่เขาได้มาพบสาวคนใหม่ที่ดูจะเผ่านาเติมเต็มธุรกิจของเขาได้อย่างเข้าขา ซิดนีย์ (Amy Adams) สาวสวยผู้ชาญฉลาด ทุกอย่างดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด จนวันหนึ่ง… เขาทั้งสองได้มาพบกับ ริชชี ดีมาโซ (Bradley Cooper) เอฟบีไอผู้หวังสูง หวังจะเปิดเผยพฤติกรรมโกงของเหล่านักการเมืองทั้งหลาย จึงเลือกใช้นักต้มตุ๋นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ และคาร์มีน โพลิโต้ (Jeremy Renner) ก็คือหนึ่งในนักการเมืองที่หวังกระชากหน้ากากออกมา หนังค่อนข้างเริ่มและอุ่นเครื่องอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ พาเราไปรู้จักกับตัวละครทีละตัวๆ จนครบจึงได้เริ่มความสนุกที่จริงจัง การดำเนินเรื่องจะค่อยๆ กระฉับกระเฉงขึ้น โดยมีหลายฉากที่ตัวละครจำเป็นต้องฟาดฝีปากปะทะคารมและปล่อยของใส่กันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งตรงนี้คงเป็นข้อดีในงานกำกับของผู้ชายคนนี้ สิ่งที่ทำให้หนังดูมีสีสันอย่างมากคงจะหนีไม่พ้น 2 สิ่ง สิ่งแรกคือ เสียงเพลงประกอบที่สุดเก่าแต่คลาสสิค กับภาพที่ถูกย้อมให้เก่าเพราะเป็นเหตุการณ์ในวันวาน ส่วนสิ่งที่สอง คือ คนที่โผล่มาในฉากทีไรก็ขโมยซีนได้บัดนั้น Jennifer Lawrence คนนี้นี่เอง แม้คุณจะเล่นเป็นม่าม้าลูกหนึ่งในวัยเพียง 23 ปี แต่ไม่ทำให้รู้สึกประดักประเดิดอะไร ตรงกันผ่าน คุณทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างน่าสนใจ และสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมอยู่แทบจะคนเดียว!

Thai FullHD
7.2 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ
7.6
FullHD