RG3OK sbobet freefire

Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Fractured ชื่อไทย “แตกหัก” หนัง Original Netflix ที่ได้ Sam Worthington พระเอกคนมีชื่อเสียงจาก Avatar มาเป็นตัวยกโรงเรียกคนมาดู พล็อตเรื่องเป็นแนวทริลเลอร์ลึกลับ ครอบครัวที่กำลังเดินทางได้ประสบอุบัติเหตุจนพ่อกับบุตรสาวบาดเจ็บมารักษาตัวที่โรงพยาบาลชนบทแห่งหนึ่ง แต่เปลี่ยนเป็นว่าลูกกับเมียหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้เขาต้องออกตามหาลูกเมียในโรงพยาบาลที่ดูมีความลับบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ พล็อตลูกหายอย่างงี้ไม่ได้ใหม่ ก่อนนี้ก็มีเรื่อง Flightplan (แม่ตามหาลูกหายบนเรือบิน) ทำมาก่อนแล้ว ซึ่งในเรื่องนั้นก็เล่นใจความสำคัญว่าไม่มีใครเห็นเด็ก และแม่อาจจะหลอนไปเอง มาในเรื่องนี้ก็เหมือนย้อนรอยเอาเรื่อง Flightplan มาทำใหม่เป็นเหตุการณ์ในโรงพยาบาล หนังแทบทั้งเรื่องวนเวียนกับฉากโต้เถียงของพระเอกกับคนอื่นๆ ว่าตัวเขาไม่ได้หลอนไปเพราะสมองถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุเดียวกันกับลูก (ตกจากที่สูง) แต่เป็นทุกคนในโรงพยาบาลพยายามปกปิดอะไรบางสิ่งไว้ หนังเล่นกับจิตวิทยากับคนดูให้สับสนวกวน เชื่อหรือเปล่ากับสิ่งที่หนังนำเสนอผ่านมุมมองของพระเอก เหมือนคุณคิดว่าตัวเองปกติไม่ได้บ้า แต่มีคนอีกนับสิบมารุมชี้ว่าคุณบ้า เรย์พระเอกในเรื่องที่จิตใจแตกสลายจากเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง ก็ย่อมต้องสับสนไม่มั่นใจว่าตัวเองถูกหรือผิด ซึ่งคนดูก็หนีไม่พ้นความไม่แน่ใจนี้เช่นกันว่าจะเชื่อในสิ่งที่เรย์ถ่ายทอดให้เราเห็น หรือเชื่อในสิ่งที่ตัวละครอื่นๆ เปิดหลักฐานชี้ให้เรย์ (และคนดู) คิดว่าเขามโนทุกอย่างไปเอง ซึ่งหนังเผยให้เห็นพระเอกในมุมไม่ปกติอย่างจงใจ และก็กลับมาเป็นมุมปกติแบบเหมือนคนเป็นไบโพลาร์เล็กๆ ตลอดเวลา หนังมีอารมณ์ระทึกขวัญเบาๆ ตลอดเรื่อง สลับกับความมึนงงแบบที่ผู้กำกับตั้งมั่นหลอกล่อคนดูให้เขวอย่างจงใจเกินไปหน่อย พระเอก Sam Worthington รับบทนี้ได้ดี เป็นหนังที่ใช้ตัวละครหลักตัวเดียวแบกทั้งเรื่อง ซึ่งถ้าไม่ใช้ดาราระดับบล็อกบัสเตอร์นี้มาเล่น หนังเรื่องนี้ก็คงธรรมดามากๆ จนไม่มีความรู้สึกอยากดูอะไรเลยก็ได้ ซึ่งการตลาดอย่างนี้ก็ได้ผลเพราะหนังดูน่าสนใจขึ้นมาเป็นกอง แม้พล็อตจะพื้นๆ แบบที่เคยมีมาก่อน และ Sam ก็ตีบทนี้ได้แตก ก็แค่ว่าตัวหนังธรรมดามากๆ จนไม่มีอะไรให้น่าจดจำจากบทนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งนั่นเป็นปัญหาตั้งแต่ตอนเริ่มไตเติลของเรื่องแล้ว หนังดูจะตั้งมั่นเผยคำตอบให้กับคนดูก่อนที่หนังจะเฉลยอะไรๆ ต่อมา แม้ว่าอาจจะเป็นการเล่นกับจิตวิทยาซ้อนมายังคนดูอีกชั้นก็ตาม แต่สุดท้ายพอหนังไม่มีของจริงหรืออะไรให้คนดูรู้สึกว้าวกับความแปลกใหม่ได้ หนังจึงแปลงเป็นธรรมดาจนถึงขั้นจืดจางไปในเมื่อดูจบ (แต่สำหรับคนที่ดูแบบไม่ได้คิดตามอะไรมากก็อาจจะว้าวกับบทเฉลยของเรื่องได้อยู่) นี่เป็นอีกหนึ่งของหนัง Original Netflix ที่ทำออกมาดูดเวลาคนดู โดยใช้ดาราใหญ่มาเป็นจุดขายดึงดูด แต่เนื้อหาที่แท้จริงกลับเปลี่ยนเป็นหนังฟอร์มเล็กมากๆ เป็นหนังที่ความคิดว่ามีดูจบแล้วแอบเสียดายเวลาอยู่เหมือนกันจากความคาดหวังที่มีดาราระดับนี้มาเล่น ซึ่งถ้าสปอยล์ประโยคเดียวก็จบทั้งเรื่องในทันที ใครไม่อยากดูก็คลิกอ่านสปอยล์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ

Thai HD
6.4 /10

แสดงความคิดเห็น


close sbobet

close PG