Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

"High Strung - จังหวะนี้ หยุดโลก" ภาพยนตร์โดย ไมเคิล เดเมียน เขียนบทและอวยการสร้างโดย เจนีน เดเมียน และไมเคิล เดมียน พร้อมได้ผู้แสดงดาวรุ่งมาร่วมทีมกันอย่างมาก อาทิ คีแนน แคมปา, นิโคลัส กัลลิทซีน นอกจากจะได้ดาวรุ่งที่มีความถนัดด้านการเต้นและดนตรีมาแสดงนำแล้ว High Strung ก็ได้ผู้แสดงลายครามมากความสามารถอย่าง เจน ซีมัวร์ (อดีตสาวบอนด์จาก Live and Let Die), พอล ฟรีแมน (Raiders and the Lost Ark) และ ไมอา มอร์เกนสเทิร์น (The Passion of the Christ) มาสมทบ และดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำลายขอบเขตของดนตรีเชิงพาณิชย์ทั่ว ๆ ไปด้วยการผสมผสานของแนวเพลงทุกรูปแบบ เช่นเดียวกับภาพยนตร์แนวมิวสิคัลเรื่องนี้ที่จะแตกต่างจากหนังเต้นรำแฟรนไชส์ Step Up และ Street Dance ที่เคยดู ออกแบบท่าเต้นโดย เดฟ สก็อตต์ ผู้เคยฝากผลงานในหนังอย่าง Step Up 2:The Street, Stomp the Yard และรายการโทรทัศน์ชื่อดังอย่าง So You Think You Can Dance และ Dancing with the Stars นี่คือจังหวะใหม่ ที่ทุกคนต้องหยุดฟัง การผสมผสานกันอย่างพอดีของศาสตร์แห่งศิลป์และดนตรีที่ไร้ขอบเขต สู่ภาพยนตร์แนวใหม่ เรื่อง “High Strung จังหวะนี้ หยุดโลก” ภาพยนตร์ที่จะทำให้ทุกจังหวะและหัวใจเต้นไปตามเสียงเพลง ที่รวมจังหวะของฮิพฮอพ คลาสสิก บัลเลต์ และอิเล็กโทร เข้าไว้ด้วยกันอย่างพอดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ 2 ดาราดาวรุ่ง คีแนน แคมปา นักบัลเลต์สาวสวยจากคณะบัลเลต์มาริอินสกี้ คณะบัลเลต์ที่โด่งดังที่สุดของรัสเซีย และ นิโคลัส กัลลิทซีน ผู้แสดงชายหนุ่มรุ่นใหม่ ที่น่าจับตามอง มาถ่ายทอดเรื่องราวของ รูบี้ อดัมส์ (คีแนน แคมปา) สาวนักบัลเลต์และผู้เรียนทุนประจำโรงเรียนศิลปะในแมนฮัตตัน ที่ได้พบกับ จอห์นนี แบล็คเวลล์ (นิโคลัส กัลลิทซีน) ชายหนุ่มนักไวโอลินข้างถนน จนเกิดเป็นความเชื่อมโยงอันดี แม้ทั้งคู่จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานะและพรสวรรค์ แต่สิ่งที่ทั้งสองคนมีเหมือนกัน คือความฝัน โดยได้รับการช่วยเหลือจากทีมนักเต้น เดอะสวิตช์สเต็ป การผสมผสานของทุกจังหวะ มิตรภาพ ความผูกพัน และความรักจึงเริ่มขึ้นที่นี่ พวกเขาจะสามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้หรือเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดคือจังหวะหัวใจของพวกเขาจะเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน กำกับภาพยนตร์โดย ไมเคิล เดเมียน นอกเหนือจากได้บรรดาผู้แสดงวัยรุ่นมาประชันทั้งดนตรี และเต้นรำแล้ว ยังได้ดาราหนังมากความสามารถลายครามมาสร้างความเข้มข้นให้ ไม่ว่าจะเป็น พอล ฟรีแมน ในบทของครูบัลเลต์ ครามรอฟสกี้ ตามด้วย ไมอา มอร์เกนสเทิร์น ในบทของผู้บริหารคณะบัลเลต์ และเจน ซีมัวร์ ในบทของ อ็อกซานา ครูผู้สอนการเต้นร่วมสมัย ผู้เปิดโลกใบใหม่ให้แก่ รูบี้ อดัมส์ ในการศึกษาและทำการค้นพบตัวเอง นอกจากร่วมแสดงแล้ว เจน ซีมัวร์ ก็ยังเป็นผู้บริหารงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย ลืมทุกเสียงที่คุณเคยได้ยิน ลืมทุกจังหวะที่คุณเคยเห็น ไปกับภาพยนตร์ “High Strung จังหวะนี้ หยุดโลก” เรื่องย่อ ในมหานครนิวยอร์ก เมืองที่ผู้คนไขว่คว้าความสำเร็จ ศิลปินสองคนผู้มีทักษะและพื้นเพแตกต่างกันสุดขั้วได้ใช้ความสามารถของตนมาสร้างความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้บรรลุความฝันให้แปลงเป็นจริง รูบี้ อดัมส์ (คีแนน แคมปา) เป็นสาวนักบัลเลต์ที่เผ่านาเป็นเด็กนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนในนิวยอร์ก ส่วน จอห์นนี่ แบล็คเวลล์ (นิโคลัส กัลลิทซีน) เป็นนักไวโอลินชาวอังกฤษผู้หารายได้จากการเปิดหมวกข้างถนน หากโลกของรูบี้คือความคลาสสิกและยึดกฎระเบียบแบบแผน โลกของ จอห์นนี่ ก็คงเป็นความสดใหม่ฉับไว และชาญฉลาดทันโลก ความเชื่อมโยงทั้งสองก่อตัวขึ้นขณะเดียวกันทั้งสองต้องใช้ความสามารถเพื่อให้อนาคตของตนเอง รูบี้ ต้องทำเพื่อให้ดำรงสถานะนักศึกษาและหาทางชิงทุน ส่วน จอห์นนี่ ก็พยายามไม่ให้ตนเองถูกไล่กลับประเทศ โดยได้รับความช่วยเหลือจากทีมนักเต้นที่เรียกตนเองว่า เดอะสวิตช์สเต็ป (The SwitchSteps) แล้วการต่อสู้ด้วยการผสมผสานศาสตร์นาฏลีลาและดนตรีประกอบด้วยฮิปฮอป บัลเลต์ และดนตรีคลาสสิกเข้าด้วยกันจึงบังเกิด ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะเปลี่ยนชีวิตทั้งคู่ไปตลอดกาล รีวิว ภาพยนตร์ที่ทะเยอทะยานเกินตัวกับการกล่าวถึงเด็กนักเรียนทุนบัลเลต์คนนึง กับชายหนุ่มอังกฤษไม่มีวีซ่าที่หากินด้วยดนตรีเปิดหมวกอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน เนื้อเรื่องกล่าวถึงปมที่นางเอกยึดติดความ Perfect เกินไปจนไม่อาจเต้นแบบ Contemporary ได้ ซึ่งถ้าคุณไม่มีพัฒนาการจะทำให้ถูกถอดทุน การเต้นอย่างงี้ต้องปล่อยไปตามจังหวะดนตรี ส่วนฝั่งผู้ชายก็เกลียดกรอบต่างๆ ชอบเล่นดนตรีตามใจตัวเอง โชคชะตานำพาทั้งคู่มาเจอะกัน และแปลงเป็นหนังเรื่องนี้เมื่อทั้งคู่ต้องเข้าแข่งงาน String&Dance เพื่อให้ชิงเงินรางวัล (ที่พระเอกต้องการ) และทุนการศึกษา (ที่นางเอกก็ต้องการ) มีตัวประกอบอย่างคณะเต้น The Switch Steps ที่พูดเลยว่าเด่นเกินบทพระนางไปมาก หนังดูเป็นสูตรสำเร็จ ตามเทรลเลอร์เลยค่ะ ไม่มีอะไรให้ลุ้นเท่าไหร่เลยจริงๆ Cast&Crew มีความโนเนมขั้นสุด นี่ไม่ใช่หนังในกระแส แต่ก็ Cheesy เกินกว่าจะเป็นหนังอาร์ต พูดตรงๆไม่รู้จะจัดให้อยู่ในประเภทไหนเลยจริงๆ ไม่มีอะไรจะอวยนอกจากผู้ชาย คือเรื่องนี้ทุกคนหล่อ หุ่นดี คนไม่ใช่น้อยเต้นเก่ง อีพระเอกก็เล่นดนตรี คือนี่มันหนัง Chic-Flick ชัดๆ ผู้ชายมาดูอาจจะแบบ เพราะเรื่องดนตรีกับศิลปะบัลเลต์ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ผัวหลายท่านจะอินน่ะ ฉากเต้นพวก Underground Battle และโชว์ของพวก Switch Steps พอทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ถูกด่ายับ ต้องยอมรับว่าพวกนางเต้นดีจริง แข็งแรงมาก นางเอกง่อยไปเลย คือนางอาจจะเทพที่บัลเลต์ แต่เรามองว่าระหว่างทางเรื่องนี้แม่งไม่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตใดๆของตัวละครนางเอกทั้งสิ้นอะ เต้นบัลเลต์เก่งแล้วไง มองบนแปป นี่ไม่ใช่สวอนเลค พี่ไม่อิน (ฮาา) การตัดต่อฉากดราม่ามีความน่ามคานนน บางฉากก็สโลว์แบบเออกูรู้แล้ววว พอใช้ได้แล้ววว เลิกจูบกันได้ยังง กล้องหมุนอยู่นั่นอะไม่อินเว้ยเห้ย ละค๊รละคร ฉากที่คิดว่าหนังประเภทนี้ควรต้องมีก็มีหมด ไม่มีความแปลกใหม่อะไรเลยนอกจากการผสมดนตรีคลาสสิกกับการเต้นสตรีทที่มันกลมกล่อมแค่บางจุด บางจุดก็ไม่โอเค ไม่เกท ยิ่งคนไม่มีพื้นดนตรีคลาสสิกมาดูเราว่าจะยิ่ง งง ว่าอะไรเป็นอะไร (พระเอก improvise ดนตรีเยอะมาก ในขณะที่คนอื่นๆเล่นเพลงตามชีท) ไฟนอล Dance ก็พอไปวัดไปวาได้แต่ไม่อลังสมการรอคอย แบบ แข่งอยู่ 3 ทีม คนแน่นฮอลล์เชียวแต่ฉากไม่อลังเลยอะ สุดท้ายพอดูจบ เราก็ไม่รู้ว่าพระเอกเป็นใคร ทำไมมาอยู่ที่นี่ แล้วได้อยู่เมกาต่อมั๊ย? นางเอกพัฒนาการเต้นของตนแล้วเหรอ? คือดูไม่ออกจริงๆ ก็คิดว่าเหมือนเดิม แค่เต้นยาวกว่าเดิม รูมเมทนางยังน่ารักกว่าตั้งเยอะ เบะ... (มีความส่วนตัว 555) สรุป ถ้าจะไปดูในโรง ชวนเพื่อให้นชะนีไปค่ะ จะฟินกับ ฝรั่ง งานกล้าม สูงต่ำดำขาว คิ้วท์ เข้ม มีหมด มีความจิกหมอน มีความกรี๊ด มีความลืมลูกลืมผัว (ฮาา) แต่ถ้าจะพาแฟนไป ไม่แนะนำ อยู่บ้านรอซื้อดีวีดีมาดูขำๆฆ่าเวลาวันศุกร์อะไรงี้ได้อยู่ ไม่ใช่หนังที่น่าคาดหวังค่ะ ให้ 5/10 อย่างน้อยก็ภาพสวย ฉากเต้นดี ดนตรีโอเค หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่เล็งๆจะไปชมกันบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

Thai FullHD
6.4 /10

แสดงความคิดเห็น