Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

หลังจาก "ยิปมัน ตำนานมาสเตอร์ ซี" ออกฉายมาตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา.... ทำให้เหล่านักวิจารณ์และคอหนังแอกชั่น ที่ได้เข้าไปชมมาตลอด 108 นาที ต่างกล่าวขานกันว่า เป็นภาพยนตร์แอกชั่นที่ทำออกมาได้ดีมากกว่า"ยิปมัน" ทั้ง 3 ภาค แถมยังดีมากกว่าแอกชั่นระดับฮอลลี่วูดบางเรื่องด้วยซ้ำ คนจำนวนไม่น้อยเกิดความสงสัยว่าดีอย่างไร แต่พอเห็นชื่อผู้กำกับหนังอย่าง "ยฺเหวียน เหอผิง" หรือ "หยวนวูปิง" ก็รู้ได้ทันทีว่าหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ โดยหยวนวูปิงผู้นี้ คือผู้อยู่เบื้องหน้าฉากแอกชั่นเท่ ๆ คิวบู๊ดุดัน ที่ปรากฏในโลกภาพยนตร์ระดับฮอลลี่วู้ดมาแล้วอย่างมาก เฉพาะเรื่องที่ท่านผู้ชมเคยผ่านตาหรือคุ้นตากันมาหลายปี ได้แก่ หนังแนวแอกชั่นไซไฟไตรภาคอย่าง The Matrix ออกแบบฉากต่อสู้จนคิวบู๊เจ๋ง ๆ ของตัวละครหลัก, Kill Bill กับฉากโหด ๆ แอกชั่นดุเดือดของสาวอูมา คุณร์แมน, Crouching Tiger Hidden Dragon กับท่วงท่าร่ายรำของคมกระบี่ที่งดงามแม้อยู่กลางอากาศ เช่นนี้ "ยิปมัน ตำนานมาสเตอร์ ซี" จึงถือเป็นผลงานคุณภาพคับจอแน่ๆ!!! "ยิปมัน" คือใคร เขาก็คือ ปรมจารย์สอนศิลปะการสู้กังฟูของจีนเชี่ยวชาญด้านวิชา "มวยหย่งชุน" ซึ่งเป็นวิชาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่บรรพบุรุษ แรกเริ่มเดิมที สมัยชายหนุ่ม ๆ อาจารย์ยิปเคยทำงานเป็นตำรวจ จึงไม่ได้เปิดสำนักสอนกังฟู แต่เขากลับสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ตำรวจลูกน้องเอาไว้ใช้ต่อสู้กับเหล่าร้าย ทำให้ได้รับการเคารพจากราษฎรเป็นอย่างมาก เสมอเหมือนเป็นวีรบุรุษท้องถิ่นก็ว่าได้ ต่อมาในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกจีนเข้าปกครองเมือง และต้องการให้อาจารย์ยิปมันสอนวิชามวยให้แก่ทหารญี่ปุ่น แต่อาจารย์ยิปมันปฏิเสธ ก่อนจะย้ายจากเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้งไปอยู่ที่อื่น หลังสงครามจบลง เขาไปร่วมกลุ่มกับ "พรคคก๊กมินตั๋ง" แต่ก็พ่ายแพ้พรรคคอมมิวนิสต์จีนจนต้องหนีไปอยู่ "ฮ่องกง" จากนั้นอาจารย์ยิปมันได้เปิดสำนักขึ้น ทำให้มีคนรู้จักกว้างขวางมีลูกศิษย์อย่างมาก โดยหนึ่งในนั้นก็คือ "บรูซ ลี" ดาราหนังชื่อดังระดับโลก สำหรับ "บรูซ ลี" เขามีโอกาสได้เรียนวิชามวยหย่งชุนกับอาจารย์ยิปมันเพียงแค่ 3 ปีเพียงแค่นั้นก่อนจะออกมาคิดค้นวิชาของตนเอง ดังนั้นวิชาของเขาจึงมีพื้นฐานมาจาก "มวยหย่งชุน" เนื้อเรื่องย่อ ยิปมัน ตำนานมาสเตอร์ ซี "จงเทียนฉี" (รับบทโดย จางจิ้น) หนึ่งในยอดปรมาจารย์มวยหย่งชุน คู่ต่อสู้ที่สูสีที่สุดของปรมาจารย์ "ยิปมัน" หลังทั้งสองต่อสู้กันแล้ว จงเทียนฉี พ่ายแพ้ .....ภายหลังเขาอยากหันหลังให้กับวิชากังฟู รวมทั้งเลิกใช้วิชามวยหย่งชุน เขายังกลับมาใช้ชีวิตสงบเงียบกับลูกชายด้วยการเปิดร้านขายของชำ แต่จนแล้วจนรอด...ก็ยังมีเหล่ามาเฟียมาตามหาเรื่องเผาบ้านเผาร้านของเขาจนได้ นั่นก็เป็นเพราะเขาไปให้ความช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกนักเลงข่มเหง ในเวลานั้นฮ่องกงยังคงถูกปกครองโดยอังกฤษ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการเมืองและการปกครอง ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีความเป็นธรรม สุดท้ายตำรวจก็ไม่สามารถเอาผิดเหล่ามาเฟียได้ "จงเทียนฉี" จึงต้องกลับมาใช้วิชาเพื่อให้ทวงความเป็นธรรม เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น จุดแข็งของเรื่องนี้... ขึ้นชื่อว่าแอกชั่นต่อสู้แนวคิวบู๊แบบยิปมัน ก็ต้องโชว์ความคล่องแคล่วหนักแน่นดุเดือด แน่ๆว่าคอหนังบู๊คงให้คะแนนเต็ม ศิลปะการต่อสูของ "จงเทียนฉี" จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ภาพระหว่างต่อสู้มีการใช้สโลโมชั่นและมุมกล้องได้อย่างพอดีไม่ขาดตอน คิวบู๊ดูแนบเนียนโดยเฉพาะฉากที่ต้องโหนป้ายที่ติดตามตึก (ร้านสถานบริการ) บนถนนในฮ่องกง ประมาณความสูงไว้มากกว่า 15 เมตร ถ่ายแบบ long shot ยาว ๆ ไม่ใช้สตั้นช่วย จึงเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งมั่นของทีมงานและการฝึกซ้อมของผู้แสดง ถือเป็นการแจ้งเกิดของ "จางจิ้น" ก็ว่าได้ ขณะที่บทดราม่าเกี่ยวกับครอวครัวของหนังเรื่องนี้ แม้จะดูขาด ๆ เกิน ๆ ไปบ้าง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเหตุผล ทำให้เชื่อมต่อไปยังสภาวะอื่น ๆ ได้อีก เป็นการปิดจุดอ่อนหนังแอกชั่นได้จุดหนึ่งด้วย จุดอ่อนของเรื่องนี้... แม้เรื่องจะดำเนินเรื่องให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ เพื่อให้เพิ่มศักยภาพของ "วายร้าย" ให้ดูมีความยิ่งใหญ่เหมือนกับเป็นมาเฟียโหด แต่กลับพบว่า หน้าที่ยังขาด ๆ เกิน ๆ นอกจากนี้ยังมีตัวละครที่โผล่ออกมาแล้วเอาแต่สู้อย่างเดียว ไม่มีบทพูด!!?? ทำให้ความเชื่อมโยงในเนื้อหามีน้ำหนักน้อย ทั้ง ๆ ที่ต้องการขายข้อดีตัวร้ายมาตั้งแต่ต้น เชื่อว่าหากใครดูจนถึงช่วงกลางของเรื่อง ก็พอจะเดาเนื้อเรื่องออกแล้วว่าหนังจะเป็นอย่างไรต่อไป ตัวหนังไม่มีเซอร์ไพรซ์ เป็นการดำเนินเรื่องแบบตรงไปตรงมาล้วน ๆ แม้จะเข้าใจง่าย แต่ก็เปลี่ยนเป็นง่ายเกินไปมากกว่า 8.5/10 ความมันที่ต้องสานต่อ ก่อนจะดูยิปมันภาค 4 คอหนังแอกชั่นไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก แม้จะเดาตอนจบได้ก็ตาม

Thai(C) HD
7.1 /10

แสดงความคิดเห็น