Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เล่าเรื่องชีวิตที่สับสนของ โทนี่ สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์) มหาเศรษฐีอัจฉริยะบุคลิกเพลย์บอย แต่หลังจากศึกที่นิวยอร์กทำให้เขาเกิดความกลัวว่าเขาจะสามารถปกป้องคนที่เขา รักได้ไหม จนเกิดเป็นความเครียดในที่สุด! เขาใช้เวลาหมกมุ่นกับการสร้างชุดเกราะแบบใหม่ๆ เพื่อให้ให้เขาเชื่อมั่นมากขึ้น แต่นั่นกลับทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างเขาและ เพพเพอร์ พ็อตส์ (กวินเน็ธ พอลโทรว์) มีปัญหา? จนวันหนึ่งโลกก็ได้เผชิญหน้ากับ แมนดาริน (เบน คิงส์ลี่ย์) ศัตรูคนใหม่ที่หมายมั่นกำจัดเขา ในขณะที่บุคคลในอดีตที่เขาลืมไปและก็กลับมาหพบเขาอีกรอบทั้ง อัลดริช คิลเลี่ยน (กาย เพียร์ซ) และ มายา แฮนเซ่น (รีเบคก้า ฮอลล์) กับเทคโนโลยีเอ็กทรีมิสที่อาจเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของโลกนี้! บุคลิกของ โทนี่ สตาร์ก ใน 2 ภาคที่ผ่านมา รวมทั้ง The Avengers ดูจะเป็นคนชิวๆ ฉลาดแก้ไขสภาวะ ขึ้หลี ยียวนกวนประสาท ที่มาพร้อมวาจาชวนหมั่นไส้ จนเราอาจลืมไปว่า โทนี่ สตาร์ก ก็คือคนธรรมดาที่มีเจ็บ มีกลัว มีความวิตกหนักใจ และในภาค 3 ก็เล่นกับหลักสำคัญนี้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งนั่นทำให้เราสามารถใกล้ชิดกับตัวละครตัวนี้มากขึ้นไปอีกเมื่อประกอบกับ การแสดงของ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ที่เข้าถึงหน้าที่นี้ ส่งผลให้ โทนี่ สตาร์ก “Iron Man 3” เป็นตัวละครที่น่าจดจำที่สุดอีกตัวหนึ่งในโลกภาพยนตร์! มันคือความยอดเยี่ยมในการผสานความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ครอบคลุมทุกแง่ มุม ที่นอกจากแอ็คชั่นสุดมันส์แล้ว ยังมีมุขตลกที่เผ่านาอย่างถูกที่ถูกทาง ความรัก! ที่ภาคนี้หนังถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งนี้ ปมปัญหาในชีวิตของพระเอกที่ไม่ต่างจากคนทั่วไป รวมไปถึงเรื่องราวที่มีซับซ้อน เข้มข้น และยอกย้อนในตัว ซึ่งทั้งหมดคือส่วนผสมที่ถูกนำมาเขย่าเข้าด้วยกันจนออกมาเป็น Iron Man ที่ (อาจจะ) บอกได้ว่า มันคือภาคที่ดีที่สุดในบรรดาหนัง หรือบรรดาหนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ทั้่งหมด! เชน แบล็ค จากคนสายเขียนบทภาพยนตร์ (จริงๆ ก็เคยมีผลงานการกำกับมาก่อนหนึ่งเรื่องก็คือ Kiss Kiss Bang Bang?ผลงานเมื่อปี 2005 ซึ่ง โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ แสดงนำ) ได้โอกาสมารับหน้าที่กำกับ ไอร่อนแมน ภาค 3 นี้ แทน จอน?แฟฟโรว์ ได้นำทิศทางการเล่าเรื่องใหม่ๆ มาให้กับหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ และภาค 3 นี้ จะเน้นไปที่การสำรวจความคิดและจิตใจของโทนี่ สตาร์ก แม้ภาค 3 นี้จะมีเรื่องราวที่ค่อนข้างซับซ้อนและจริงจัง ที่ดูจะให้เวลากับการอธิบายในรายละเอียดต่างๆ แต่มันกลับไม่ได้มีผลทำให้ฉากแอ็คชั่นในเรื่องลดน้อยลงไป กลับกัน Iron Man 3 คือภาคที่มีฉากแอ็คชั่นมากที่สุด! ไม่ว่าจะเป็นฉากถล่มบ้านพักของโทนี่จนพังพิทาศ ฉากช่วยเหลือผู้โดยสารจากเรือบินแอร์ฟอร์ซวัน ฉากโทนี่หลบหนีจากการคุมตัวของผู้ร้าย และฉากแอ็คชั่นสุดท้าย ฉากท่าเรือที่เป็นการขนชุดเกราะทั้่ง 42 ชุดออกมาลุยกับเหล่าร้าย ซึ่งทั้งหมดทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ นำวัตถุดิบที่มีในเรื่องทั้งเทคโนโลยีเอ็กทรีมิส การควบคุมชุดเกราะแบบใหม่ รวมไปถึงบุคลิกของโทนี่ สตาร์ก มาผสานจนเกิดเป็นฉากแอ็คชั่นที่หลักแหลม ที่นอกจากจะสนุกตื่นเต้นยังเปี่ยมอารมณ์ขันตามแบบฉบับของ?Iron Man อีกด้วย ภาพยนตร์ Iron Man แต่ละภาค จะมีส่วนผสมของหนังแนวสืบสวนสืบสวนเข้าไปด้วย ซึ่งการสืบสวนก็จะเป็นลักษณะเฉพาะที่ใช้ความฉลาดของพระเอกบวกกับทักษะ ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์อย่างจาร์วิส อันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหนังชุดนี้ ซึ่งภาคนี้ก็ยังมีอยู่และดูจะยกให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น กับดนตรีประกอบที่ไม่ต่างจากหนังสายลับ! ไม่ว่าจะเป็นการซักถามเหตุการณ์ระเบิด หาแหล่งกบดานของแมนดาริน รวมทั้งฉากที่โทนี่ต้องบุกเดี่ยวไปแหล่งกบดานของแมนดาริน ยิ่งทำให้ Iron Man มีความเป็นหนังสายลับมากยิ่งขึ้นไปอีก! จุดขายอย่างหนึ่งที่สำคัญของแฟรนไชส์ Iron Man ทุกภาค ที่ครองใจเด็กๆ รวมทั้งผู้ใหญ่ที่ชอบอะไรล้ำๆ ก็คือชุดเกราะ Iron Man! ซึ่งภาคนี้พูดได้ว่าเนื้อเรื่องส่งเต็มๆ จากชุดเกราะแบบที่ 7 ใน The Avengers มาสู่แบบที่ 42 ในภาคนี้! ซึ่งเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น คือสามารถควบคุมชุดเกราะได้โดยไม่ต้องมีคนสวมใส่อยู่ข้างใน และยังคงทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจได้ทุกครั้งกับการสวมชุดเกราะที่ออกแบบมาได้ มีเสน่ห์ ตลกขบขัน และฉลาดมากๆ อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องราวเกี่ยวกับความสับสนในจิตใจของพระเอกและเรื่องราวของผู้ร้ายภาค นี้ที่เต็มไปด้วยความยอกย้อนและเรื่องเซอร์ไพรซ์ตลอด! แม้กระนั้นในส่วนของการดำเนินเรื่องกลับมีอะไรบางอย่างที่ดูขัดๆ และง่ายดายไปนิด โดยเฉพาะในการที่ โทนี่ สตาร์ก ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กชายคนหนึ่ง ที่ดูจะเหมาะเจาะและบังเอิญแบบไร้เหตุผลจนเกินไป! แต่มันก็ชดเชยด้วยความข้องเกี่ยวของลูกผู้ชายต่างวัยที่ถ่ายทอดออกได้ประทับใจ พอสมควร

Thai FullHD
7.2 /10

แสดงความคิดเห็น