Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เมื่อแรกเห็นแก๊งนักโจรกรรมสาวสุดแสบจาก Ocean’s 8 (2018, แกรี รอสส์) ที่เข้าฉายไปเมื่อปีกลาย เราก็อดนึกย้อนไปถึงชายหนุ่มๆ ในหนังต้นธารของมันอย่าง Ocean’s Eleven เมื่อ 17 ปีที่แล้วไม่ได้ ต้องขอบคุณผู้กำกับหลากรสมืออย่าง สตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ (Sex, Lies and Videotape – หนังปาล์มทองปี 89; Erin Brockovich และ Traffic – หนังแมสส์ๆ ที่ไปเฉิดฉายบนเวทีออสการ์) ที่นำเอาหนังเก่ายุค 60 ชื่อเดียวกันนี้กลับมารีเมคใหม่ได้อย่างเก๋ไก๋ในปี 2001 จนทำให้มันแปลงเป็นผลงานที่ติดอยู่ในใจของนักดูหนังยุคสองพันอีกหลายราย และก่อเกิดเป็นแฟรนไชส์หนังโจรกรรมสุดจี๊ดใจสไตล์จัดมาจนถึงปัจจุบัน! แรกเริ่มเดิมที Ocean’s Eleven ถือกำเนิดเป็นนัดแรกในโลกภาพยนตร์เมื่อปี 1960 ในชื่อ Ocean’s 11 โดยผู้กำกับ ลูอิส ไมล์สโตน (All Quiet on the Western Front) ต้องเปลี่ยนชายหนุ่มๆ แก๊ง Rat Pack (หรือก็คือกลุ่มชายหนุ่มๆ ดาวเด่นแห่งฮอลลีวูดในยุคนั้น) อย่าง แฟรค์ ซีนาตรา, ปีเตอร์ ลอว์ฟอร์ด, ดีน มาร์ติน, แซมมี เดวิส จูเนียร์ และ โจอี บิช็อป ให้มารับบทเป็น แดนนี โอเชียน (ซีนาตรา) และพลพรรคอดีตนายเรืออากาศจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รวมหัวกันคิดแผนบุกปล้นคาสิโนในลาสเวกัส ซึ่งตัวหนังก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่น (เฉพาะในแง่ของตัวแสดงเท่ๆ มากกว่าตัวบทที่ควรสนุกตื่นเต้นได้มากกว่านี้) และไม่ได้มีการสร้างภาคต่ออะไร กระทั่งในอีกสี่ทศวรรษต่อมา โซเดอร์เบิร์กห์ก็สบโอกาสในการแปลงโฉมให้มันกลายมาเป็น Ocean’s Eleven (ร่วมกับคนเขียนบทมือใหม่อย่าง เท็ด กริฟฟิน) โดยในหนังฉบับนี้ ตัวละครแดนนี โอเชียนถูกเปลี่ยนให้แปลงเป็นนักโจรกรรมชายหนุ่มไฮโปรไฟล์ (รับบทโดย จอร์จ คลูนีย์) ซึ่งหลังออกจากคุกมาได้ไม่นาน เขากับพาร์ตเนอร์คู่ใจ รัสตี (แบรด พิตต์) ก็คิดแผนปล้นเงินก้อนโตจากคาสิโนยักษ์ใหญ่ในลาสเวกัสถึงสามแห่งอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยเก็บรวบรวมสมัครพรรคพวกอีก 8 นายให้มาร่วมด้วยช่วยกัน อาทิ ไลนัส (แม็ตต์ เดมอน) นักล้วงกระเป๋าผู้เปี่ยมพรสวรรค์, แบเชอร์ (ดอน ชีเดิล) มือวางระเบิดตัวกลั่น, เวอร์จิล (เคซีย์ แอฟเฟล็ค) ช่างเครื่องกลคนเก่ง รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการแฮ็กSystemคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่นักกายกรรมร่างเล็กชาวจีน! – ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงของการปล้นในคราวนี้ของโอเชียนหาใช่เรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่ แต่คือการ ‘ง้อ’ เทสส์ (จูเลีย โรเบิร์ตส์) เมียสาวสวยที่ทิ้งเขาไปนั่นเอง (พ่อคุณ!) โซเดอร์เบิร์กห์เผยว่า ตอนแรกที่เขาต้องมากำกับหนังโจรกรรมเรื่องนี้-ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย เขาต้องนั่งไล่ดูหนังในแนวเดียวกันของผู้กำกับคนอื่นอยู่นานสองนาน เพื่อให้ประเมินว่าจะสามารถเล่ามันออกมาได้ยังไงบ้าง จนสุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือหนังโจรกรรมสไตล์จัดที่มีรสชาติกลมกล่อมพอดี กล่าวคือแม่นยำทั้งในแง่ของเทคนิคการเล่าเรื่องแบบของหนังโจรกรรมแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานภาพและงานเสียง (เขาถ่ายหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองในนามแฝงอย่าง ปีเตอร์ แอนดรูวส์ – ซึ่งเป็นชื่อพ่อของเขาเอง!) แต่ขณะเดียวกันก็มี ‘ลีลา’ ที่ดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติไปด้วย โดยเฉพาะจากเสน่ห์อันล้นเหลือของบรรดาดาราหนังกลุ่มใหญ่-ซึ่งคอยช่วยเพิ่มเติมเอกลักษณ์อันน่าจดจำให้กับตัวละครของพวกเขาในขณะถ่ายทำ (เช่น นิสัยชอบโซ้ยฟาสต์ฟู้ดบ่อยๆ ของรัสตีจากพิตต์ หรือสำเนียงค็อคนีย์แย่ๆ ของแบเชอร์จากชีเดิล) – ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้บรรดานักวิจารณ์รักใคร่ชอบพอกับสไตล์การเล่าเรื่องอันมันมือของโซเดอร์เบิร์กห์แล้ว Ocean’s Eleven ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมกระแสหลัก เพราะมันสามารถทำรายได้จากทั่วโลกไปถึง 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ – กล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้หนังซูเปอร์ฮีโร่ในยุคนี้เลยทีเดียว (โซเดอร์เบิร์กห์เคยบอกด้วยว่า หนังเรื่องนี้ใกล้เคียงความเป็น ‘หนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่’ มากที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา)

Thai FullHD
7.7 /10

แสดงความคิดเห็น