Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Pan's Labyrinth อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต ภายหลังที่ Del Toro สร้างความประทับใจให้ผมไปไม่น้อยกับหนังเรื่อง The Devil’s Backbone (2001) และ ก็ต้องยอมรับว่ากับผลงานเรื่อง Blade II และ Hellboy ไม่ค่อยสะดุดต่อมน่าสนใจเท่าไร จึงขอผ่านไปแต่โดยดี…กลับมาอีกที คือ ผลงานของเขากับเรื่อง Pan’s Labyrinth “Dark Goth fairy tale” หม่นหมอง ย้อมความหดหู่ ในหัวใจได้สนิท… เรื่องย่อ: สาวน้อยโอฟีเลีย ต้องเดินทางกับแม่ท้องแก่เพื่อให้ไปอยู่กับกัปตันวิดัล นายทหารผู้คอยปราบกบฏอยู่ในเขตชนบททางตอนเหนือของสเปน ตอนปี 1944 หลังการได้รับชัยชนะของฟรานโก ภาพแห่งสงครามการต่อสู้ระหว่างนายทหารกับกลุ่มกบฏกับชีวิตความเป็นอยู่ตามแบบของลัทธิฟาสซิสต์ จึงเป็นภาพสุดโหดร้ายในสายตาของสาวน้อยโอฟีเลีย ในขณะโลกแห่งความเป็นจริงมีแต่ความโหดร้าย สาวน้อยโอลีเฟีย คุณได้สร้างโลกจินตนาการอันสวยงามของคุณเอง เพื่อให้จรรโลงใจ และหลีกหนีความโหดร้ายในโลกความจริง การดำรงชีวิตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้…ความจริงหรือจินตนาการ ร่วมผจญภัยไปกับสาวน้อยโอฟีเลียได้ครับ… อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต…หดหู่ ดำมืด สงคราม ความร้ายแรง และโหด! “อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต” ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ที่ผมว่า ตอนหนังเข้าโรงคงมีผู้ใหญ่หลายๆคนหลงพาเจ้าตัวเล็กเข้าไปดูไม่น้อยล่ะครับ ไม่แน่ใจเพราะทางการตลาดที่ต้องการจะเจาะกลุ่มลูกค้า พ่อ แม่ ผู้ใหญ่ จูงลูกหลานมาดูด้วยอีกกลุ่มไหม แต่ต้องขอเตือน พ่อแม่ที่จะไปซื้อ DVD มาให้ลูกหลานดู เพราะนึกว่าเป็นหนังเทพนิยาย Fantasy น่ารักจุ๋มจิ๋ม เพลินเพลิดตระการตา หาไม่ได้ครับ…ยังไงขอเตือนไว้ก่อน พลาดไปซื้อมา แล้วจะมาด่าคนนำลิขสิทธิ์มาขายทีหลัง มันก็ไม่ถูกจริงมั้ยครับ… แล้วไอ้เหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าตัวเล็กถึงไม่ควรดู ก็เหมือนอย่างที่ผมจั่วหัวไปนั่นแหละครับ…”หดหู่ ดำมืด สงคราม ความร้ายแรง และโหด!” หนังครบรสชาดความเป็น Thriller/Drama Fairy Tale ที่ใช้ความเป็น Dark Goth ด้วยภาพและเนื้อเรื่องเจ๋งๆ มาดำเนินได้อย่างเยี่ยมยอด ตั้งแต่บรรยากาศความตึงเครียดของชีวิตหลังสงคราม กบฏ ผู้จดจ้องจะกอบกู้อิสระภาพ และความเป็นธรรมในมุมมองของชนผู้น้อย ไม่รู้เฮีย Toro แกชื่นชอบบรรยากาศสงครามหรืออย่างไร เพราะเห็นหลายๆ เรื่องที่เป็นผลงานของ Toro มักชื่นชอบนำบรรยากาศในภาวะสงครามมาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของหนังอยู่บ่อยๆ นอกจากบรรยากาศหดหู่ในชีวิตจริงที่สาวน้อยโอฟีเลียต้องเผชิญกับการล้างเผ่าพันธุ์กบฏของพ่อเลี้ยง “กัปตันวิดัล” แล้ว สาวน้อยโอฟีเลียยังมีภาพชีวิตในฝันตามจินตนาการ และภาพที่เด็กน้อยคอยสร้างสรรจากเทพนิยายที่คุณชอบอ่านไม่ว่าจะเพื่อให้หลบหนีความจริงอันโหดร้าย หรืออย่างไรก็ตาม โลกแฟนตาซีของ โอฟีเลีย ใช่สดสวยงดงามอย่างที่เด็กคนอื่นนิยม ก็หาใช่ มันกลับเปลี่ยนเป็นเทพนิยายหม่นหมอง อย่างตอนที่สาวน้อยโอฟีเลียนอนกอดแม่ เอาหูแนบท้องกลมป่อง บอกเล่านิทานให้น้องชายในท้องฟังด้วยเรื่องของดอกกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนามมีพิษ..(โอ้ว..ธรรมดาสักทีไหนล่ะ กับ บทที่เฮีย Toro แกเขียนเนี่ย) ในฉากสุดท้ายที่เราได้ดูกัน คงเกิดคำถามว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเป็นจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงจินตนาการของสาวน้อยโอฟีเลีย ที่เราเห็นภาพของกัปตันวิดัลยืนมองไปที่โอฟีเลียที่กำลังยืนคุยอยู่คนเดียว สิ่งนี้คงเป็นปมที่ Toro ทิ้งไว้ให้คนดูเอาไปคิดต่อสนุกๆ แต่ที่สำคัญหลังจากนี้คือ ฉากการเสียสละของโอฟีเลียให้น้องชายต่างบิดาที่เพิ่งจะคลอดลืมตาออกมาดูโลก..นั่นแหละคือสิ่งที่หนังหดหู่ มืดหม่นเรื่องนี้ กำลังสอนคนดูอย่างเรา ๆ ส่วนเรื่องฉากโหดๆ นั้น มีให้เห็นอยู่ไม่กี่ฉากครับ แต่รับรองว่า ทำให้คุณเสียวท้องน้อยได้เลยแหละ – ตั้งแต่กัปตันวิดัลเอาก้นขวดบรรจงทุบเข้าไปที่หน้าของราษฎรที่แกนึกว่าเป็นพวกกบฎ แต่ที่ไหนได้..นั่นเป็นราษฎรที่ออกมาล่ากระต่ายแค่นั้น(เฮีย Toro ตบมุขสุดท้ายเข้าไปที่การค้นกระเป๋าแล้วพบซากกระต่าย ก่อนที่จะบอกให้ทหารอีกนายตรวจตราสืบสวนให้ดีก่อน…เหตุการณ์นี้ เกิดภายหลังที่กัปตันฆ่าราษฎรทั้งสองคนตายแล้ว!) – ฉากเจ้า Pale ปีศาจอีกตัวที่อยู่ใต้ดิน นำแสดงโดย โดก์ โจนส์ ที่คราวนี้ต้องมารับบทเป็นทั้ง Pale และ Faun (หรือ Pan เทพเจ้าผู้พิทักษ์แห่งเทือกสวนไร่น่าป่าเขา) ในฉากเมืองใต้ดินที่สาวน้อยโอฟีเลียทำผิดกฏ ดันไปกินผลไม้ที่ Faun สั่งห้าม ทำให้เจ้า Pale ตื่นขึ้นจากภวังค์ ในฉากนี้ สาวน้อยโอฟีเลียต้องสูญเสียแมลงนางฟ้า โดยเจ้า Pale จับแมลง นางฟ้ากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย (ได้อ่านมาจากเว็บว่า เบื้องหน้าฉากนี้คือเจ้า Pale ต้องกัดกินถุงยางบรรจุเลือดสดๆ กัน เลยทีเดียว) – ฉากการรักษาของหมอเฟอเรโร่ที่ต้องหั่นขาเพื่อให้รักษาชีวิตของกบฏ (ฉากนี้ มีเพียงไม่กี่วินาที แต่ให้อารมณ์หยองได้ไม่น้อยเลย) – ภาพความเข้มแข็งของเมอร์เซเดส แม่บ้านสาวกบฏที่แฝงตัวมาอยู่กับกัปตันวิดัล จนคุณถูกกัปตันวิดัลจับได้ แต่ด้วยความเข้มแข็ง คุณใช้มีดสั้นหั่นครัว จิ้มแทงปาดเข้าไปที่หลังของกัปตัน ก่อนที่จะปักเข้าที่หน้าอก และจบลงด้วยเอาเอามีดปักเข้าไปในปาก แล้วปาดกระพุ้งแก้มขาดกระจุย..โอ้ว…เฮีย Toro ยังไม่หยุดแค่นั้น ภาพตัดมาที่การเยียวยาตัวเองของกัปตันวิดัลด้วยการใช้เข็มเย็บมุมปากที่ขาดแหว่งด้วยตัวเอง…รับรองซีดส์ไปตามๆ กันแน่ครับ เอาตัวอย่างไปอ่านเพลินๆ ก่อนไปซื้อหนังเรื่องนี้มาชำเราด้วยตัวท่านเองครับ หนังได้รางวัลออสการ์ 3 รางวัลคือ Best Achievement in Art Direction (Eugenio Caballero (art director) และ Pilar Revuelta (set decorator)) , Best Achievement in Cinematography (Guillermo Navarro) และ Best Achievement in Makeup (David Marti, Montse Ribe) และนอกจากออสการ์ เฮีย Toro และพรรคพวกกวาดรางวัลอีกมากกว่า 50 รางวัลทั่วโลก!

Thai HD
8.2 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ