Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

พอนึกถึงหนัง 'แอ็คชั่น-ทริลเลอร์' ประเภทตัวละครใช้ไหวพริบเอาตัวรอดนี่มันก็นึกออกได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไรแฮะ เช่น The Fugitive, Bourne Ultimatum, The Next Three Days, North by Northwest, The French Connection ซึ่งทั้งห้าเรื่องเป็นการใช้ไหวพริบเอาตัวรอดจากการถูกตำรวจไล่ล่า จนได้มาเจอ Red Eye ที่มีบางช่วงของหนังเป็นการชิงไหวชิงพริบที่ทันกันระหว่างนางเอกและตัวร้าย Red Eye เล่าเรื่องของ 'ลิซ่า' (Rachel McAdams) ผู้จัดการโรงแรมคนเก่งที่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างดี คุณถูก 'แจ็ค' (Cillian Murphy) ชายชายหนุ่มผู้น่าคบหาที่คุณพึ่งจะรู้จักบังคับให้โทรศัพท์จากบนเรือบินไปใช้อำนาจตำแหน่งงานสั่งเปลี่ยนห้องพักของลูกค้าประจำผู้เป็นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ที่ 'แจ็ค' จะได้ลอบฆ่าลูกค้าคนดังที่กล่าวถึงแล้วได้ตามแผน โดย 'แจ็ค' ได้ข่มขู่ 'ลิซ่า' ด้วยการเอาชีวิตพ่อของคุณที่รออยู่ที่บ้านเป็นตัวประกัน หากกล่าวถึง 'เวส คราเวน' เครดิตสร้างชื่อของเขาล้วนแต่เป็นหนังแนวสยองขวัญทริลเลอร์ เช่น A Nightmare on Elm Street, Scream ดังนั้นการที่เขาเป็นผู้กำกับหนังทริลเลอร์แนวนี้จึงเรียกว่าเป็นการฉีกแนวกำกับของตนอยู่เหมือนกัน หนังเปิดเรื่องด้วยการปูพื้นตัวละคร 'ลิซ่า' ว่าเป็นสาวประเภท 'working woman' มุ่งมั่นจริงจังกับงานและคุณก็ทำหน้าที่ในการรับมือกับลูกค้าเขี้ยว ๆ ได้อย่างดี พร้อมกันนั้นหนังยังสร้างความลับให้คนดูด้วยรอยแผลเป็นที่เนินอกคุณ ซึ่งหนังเฉลยภายหลังว่าเกิดจากคนร้ายที่ข่มขืนคุณใช้มีดจี้ไว้ตลอดเวลา ซึ่งคุณกล่าวว่าเป็นเพราะคุณ 'จำยอม' ปมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจึงทำให้คุณตั้งปณิธานไว้ว่าถ้าหากเจออย่างนี้อีก คุณต้อง 'สู้กลับ' ดังนั้นสิ่งที่เราจะได้รับชมใน Red Eye ก็คือการต่อสู้เอาตัวรอดของ 'ลิซ่า' ที่จะไม่จำยอมถูกข่มขู่อีกต่อไป ช่วงแรกก่อนขึ้นเครื่องเป็นอะไรที่โรแมนติกมุ้งมิ้งน่ารักมากเลยครับ มันเริ่มจาก 'แจ็ค' เนียนเผ่านาตีสนิทกับคุณ แล้วมีความความคิดว่ามีเคมีสองคนนี้เข้ากันได้ดีด้วยนะ จนนึกอยากตบกบาลคนเขียนบทว่าคิดอย่างไรให้หนังที่ขึ้นต้นโรแมนติกอย่างงี้แปลงเป็นหนังทริลเลอร์ไปซะอย่างนั้น แต่พอขึ้นเครื่องเท่านั้นแหละ จาก 'แจ็ค' ชายชายหนุ่มแสนดีมีน้ำใจก็กลายมาเป็นตัวร้ายจิต ๆ แบบ 'สแกร์โครว์' ใน Batman Begins เลยครับ ฮ่าๆๆๆ ช่วงบนเรือบินเป็นอะไรที่สนุกมาก หนังเปลี่ยนจากโรแมนติกมุ้งมิ้งมาเป็น 'ทริลเลอร์ชิงไหวชิงพริบ' ประเภทนางเอกต้องใช้สมองหาทางเอาตัวรอดจากโรคจิต ที่ผมชอบช่วงบนเรือบินคือตัวละครสองตัวนี้ไหวพริบมันทันกันครับ แล้วดูสนุกตื่นเต้นด้วยครับ อย่างไรก็ตามความยอดเยี่ยมของบทหนังและความความคิดว่ามีหนังสมเหตุสมผลน่าเชื่อถือก็จบลงเมื่อเครื่องแตะรันเวย์ เพราะมันกลายร่างจากหนังทริลเลอร์ชิงไหวชิงพริบมาเป็นหนัง 'ทริลเลอร์เต็มตัว' ประเภทตูจะสร้างแต่ฉากตื่นเต้นลุ้นระทึกไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แล้วไปจบด้วยการเป็นหนัง 'ทริลเลอร์สยองขวัญ' ตามถนัดของผู้กำกับ ผมขอชมช่วงท้ายของหนังแล้วกันครับว่ามัน 'เป็นตัวของตนเองมาก' อย่างที่บอกว่า 'เวส คราเวน' ผู้กำกับแกโด่งดังด้านหนังทริลเลอร์สยองขวัญอย่างเช่น 'เฟรดดี้ ครูเกอร์' ใน A Nightmare on Elm Street หรืออย่างหนังฆาตกรต่อเนื่องไล่ล่าลุ้นระทึกแบบ Scream ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่แกเห็นพล็อต Red Eye แล้วต้องการจะหาทางลงให้หนังด้วย 'ลายเซ็น' ของแกเอง ช่วงท้ายของ Red Eye ที่เริ่มด้วยการเป็น 'ทริลเลอร์เต็มตัว' ผู้กำกับแกทำตามสูตรสำเร็จมาตรฐานของหนังทริลเลอร์เลยครับ ประเภทใส่ฉากตัวละครไล่ล่ากันไม่สนใจอย่างอื่นในโลกนี้ เขียนบทจงใจให้เกิดอุปสรรคเพื่อให้ให้คนดูตื่นเต้นลุ้นไปกับตัวละคร คือถ้าเอาสำราญใจทริลเลอร์เต็มสูบมันก็เข้าเป้าล่ะครับ ถึงกระนั้นผมก็ไม่แปลกใจที่คนจำนวนไม่น้อยจะไม่ชอบช่วงทางลงของหนังเพราะมันให้ความรู้สึกพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ยิ่งเมื่อถึงบ้านของพ่อลิซ่านี่มันมาในรูปแบบลายเซ็นของบรรดาหนัง 'ทริลเลอร์สยองขวัญ' ประเภทหนีฆาตกรโรคจิตในบ้านเลยครับ ก็แค่รอบนี้นางเอกของเราเป็นประเภทสู้คนครับ (ไม่ใช่กรี๊ด ๆ เอาแต่หนี ฮ่าๆๆ) ซึ่งผมว่า 'เวส คราเวน' ก็ยังไว้ลายอยู่ เพราะฉากโรคจิตไล่ล่าในบ้านนี่ทำออกมาได้ระทึกขวัญทีเดียวครับ แถมตัวร้ายที่เล่นโดย 'คิลเลี่ยน เมอร์ฟี่ย์' นี่ก็มาดให้โรคจิตสุด ๆ ในภาพรวมและก็ต้องบอกว่าผมประทับใจ Red Eye ครับ หนังสนุก เดินเรื่องอย่างรวดเร็ว ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อ มันเป็นการดูหนังเรื่องเดียวที่ได้หลากหลายอารมณ์มาก ตั้งแต่โรแมนติก-ทริลเลอร์ชิงไหวชิงพริบด้วยสมอง-ก่อนจะจบลงด้วยการเป็นหนังระทึกขวัญ

Thai FullHD
6.4 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ