Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

ชาแซม! (Shazam!) คือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรสัญชาติอเมริกัน สร้างมาจากตัวละครของสำนักพิมพ์ดีซีคอมิกส์ ในชื่อเดียวกัน อำนวยการสร้างโดย นิวไลน์ซินีมา และจัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์บราเธอส์ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของจักรวาลขยายดีซี (DC Extended Universe) กำกับโดย เดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก เขียนบทโดย เฮนรี เกเดน และเขียนเรื่องโดย เกเดน ร่วมกับ ดาร์เรน เลมเกอร์ นำแสดงโดย แอชเชอร์ แอนเจิ้ล รับบทเป็น บิลลี่ แบทสัน เด็กวัยรุ่นที่มีพลังพิเศษแปลงร่างเป็น ซูเปอร์ฮีโร ในร่างผู้ใหญ่ได้ ซึ่งรับบทโดย แซคารี ลีวาย, มาร์ก สตรอง, แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์ ร่วมกับ จิมอน ฮอนซู เป็นต้น. โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึง บิลลี่ แบทสัน เด็กหนุ่มที่ได้รับเลือกจากพ่อมดเฒ่า นามว่า ชาแซม ให้ดำรงตำแหน่ง แชมเปี้ยนคนใหม่ พร้อมกับพลังวิเศษ บิลลี่และเพื่อนสนิท เฟรดดี้ ต้องใช้พลังที่เขาได้รับมา หยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของ แธดเดียส ซิวานา ให้จงได้ Shazam! เป็นซูเปอร์ฮีโร่ของทางฝั่ง DC Comic ที่เตรียมจะมีผลงานภาพยนตร์ของตัวเองเป็นครั้งแรก ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้วางตัวผู้กำกับคือ David F. Sandberg และต้องรอการยืนยันอีกครั้งหนึ่ง อำนวยการสร้างภาพยนตร์โดย Warner Bros. และ DC Entertainment “บิลลี่ แบทสัน” (Billy Batson) เด็กผู้ชายกำพร้าที่จู่ๆ ในวันหนึ่งเขาก็ได้ถูกเลือกให้เป็น “ชาแซม” (Shazam) ผู้ที่ได้รับพลังวิเศษจากพ่อมดที่จำศีลอยู่ใน “ศิลาแห่งนิรันดร์” (Rock of Eternity) ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ “แบล็ค อาดัม” (Black Adam) ถูกปลดปล่อยออกมาจากการจำศีลเช่นกัน… บิลลี่สามารถแปล่งร่างเป็นชาแซมได้ด้วยการเอ่ยชื่อ “ชาแซม” ออกมา ซึ่งเมื่อบิลลี่แปลงร่างแล้วจะทำให้เขามีพลังที่มหาศาลอันเกิดจากศาสตร์แห่งเวทมนตร์โบราณ รวมทั้งยังกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ทว่าการที่บิลลี่ได้รับพลังวิเศษนี้มานั่นเท่ากับว่าเขาต้องมีความรับผิดชอบอย่างใหญ่ยิ่งตามมา เพราะศัตรูผู้ร้ายกาจอย่างแบล็ค อาดัมเองต้องการที่จะเป็นผู้ที่ถูกเลือกจากเวทมนตร์โบราณเพียงคนเดียวเท่านั้น Shazam! มีชื่อเดิมว่า “กัปตันมาร์เวล” (Captain Marvel) ของค่ายฟาวเซ็ทคอมิกส์ (FawcettComics) โดยปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนวิซ คอมิกส์ (Whiz Comics) เล่มที่ 2 ซึ่งซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้มีความคล้ายคลึงกับ “ซูเปอร์แมน” ของทางค่าย DC Comics อย่างมาก จนมีการฟ้องร้องถึงเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่างกัน และในท้ายที่สุดทาง DC Comics ก็ชนะคดีการฟ้องร้อง จนทำไปสู่การยุติการตีพิมพ์ลงช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนสิทธิ์ของกัปตันมาร์เวลจากฟาวเซ็ทคอมิกส์มาเป็นของ DC Comics ทั้งหมดในเวลาต่อมา ในชื่อของกัปตันมาร์เวลได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ชาแซม” เนื่องมาจากชื่อนี้ไปเหมือนกับ “กัปตันมาร์เวล” ของทางค่าย Marvel Comics นั่นเอง รวมไปถึงมีการเปลี่ยนแปลงความสามารถของชาแซมแล้วใช้มาจนถึงปัจจุบัน ประเภท : ภาพยนตร์ แนว : Action, Fantasy, Sci-Fi ผู้กำกับ : เดวิด เอฟ แซนด์เบิร์ก นักแสดง : อาเชอร์ แอนเจิ้ล, ซาคารี เลวี, มาร์ค สตรอง, แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์ รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Shazam!’ หลังจากผู้ใหญ่ได้เป็นฮีโร่กันมาเยอะแล้ว ก็คงจะได้เวลาของวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ได้จับพลัดจับผลูขึ้นมาเป็นยอดมนุษย์กับเขาบ้าง เขาเป็นแค่เด็กชายวัย 14 ขวบคนหนึ่งที่บังเอิญได้ไปพบกับพ่อมดคนสุดท้ายที่ผดุงคุณธรรมดา เฝ้าดินแดนหอพระคัมภีร์แห่งนั้นเอาไว้ ไม่ให้จอมมารเจ็ดบาปนั้นได้ออกมาอาละวาด ทว่า นานวันก็ยิ่งอ่อนแรง จึงได้ความคิดว่าน่าจะหามนุษย์สักคนที่มีจิตใจดีพอจะสืบทอดพลังเพื่อช่วยโลกได้ แต่….ก็ไม่มี แถมยังไปสร้างวายร้ายให้เกิดขึ้นกับโลกเสียอีก เล่ามากไปเดี๋ยวจะสปอยล์ เอาเป็นว่า พลังนี้มิใช่ธรรมดา มันรวมเอาความสามารถของซูเปอร์ฮีโร่หลายๆ ตัวมารวมเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อมันอยู่ร่างเด็กผู้ไม่รู้อะไรเลยนอกจากเล่นสนุกไปวันๆ ความฮาจึงบังเกิดเมื่อเขากลายร่างเป็นผู้ใหญ่กล้ามโต กลายเป็นหนังอารมณ์ดีไปเสียนี่ ‘ชาแซม!’ แตกต่างจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ในฝั่ง DC พอสมควร ด้วยเพราะมันไม่ได้มาทางดาร์ก ไม่เคร่งเครียดจริงจัง ทว่ามันแนวกวนตีน แนวเด็กเกรียนๆ ที่ฟลุ้กได้พลังมาใช้อย่างไม่ทันได้คาดคิดมาก่อน เป็นเหมือนอีกมุมที่บอกให้โลกรู้ว่า เด็กกำพร้าธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีความดีอะไรพิเศษในตัวก็ยังถูกเลือกได้ น่าเสียดายนิดหน่อยที่หนังดูไม่มีอะไรน่าตื่นตามากไปกว่าความฮาแบบกวนตีนได้โล่ของเหล่าเด็กเกรียน เล่นกันได้ถูกที่ถูกเวลา ก็พาเราหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับพวกเขาได้ แม้ว่าเรื่องราวมันจะไม่ได้มีอะไรมาก ฉากแอคชั่นก็ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตา หากง่วงๆ อยู่ก็ไม่ได้มีอะไรจะปลุกให้ตื่น จุดดีของหนังเรื่องนี้ก็คือ การหยิบเอาเรื่องราวของเด็กกำพร้ามาพูดถึง มิตรภาพและความรักของเพื่อน ของครอบครัว ถูกพูดถึงเอาไว้ในนี้ ดูๆ ไปก็เป็นหนังอบอุ่นไปได้เหมือนกัน ความเท่อย่างหนึ่งของหนังคือ ความมีเซอร์ไพรส์ที่แถมมาพร้อมกับความตลก จังหวะที่ตัดมาแล้วได้ทั้งสองอย่างพร้อมกันนี่คือจุดโดดเด่นของหนัง ท้ายเรื่อง หนังมีฉากแถมให้สองฉาก ไม่ต้องรีบลุกตามเคย!

Thai HD
7.1 /10

แสดงความคิดเห็น