Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Suspiria กลัว ซูซี่ แบนเนียน (ดาโกตา จอห์นสัน) หอบความฝันในการเป็นนักเต้นมาสู่คณะ มาร์กอส ที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมันในปี 1977 ที่สงครามกลางเมืองปะทุไม่เว้นแต่ละวัน แม้เริ่มแรกคุณจะได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างอบอุ่นจากบรรดาครูทั้งหลายโดยเฉพาะ มาดามบลองค์ (ทิลดา สวินตัน) ผู้พยายามผลักดันให้คุณได้รับบทเด่นในโชว์เต้น “โฟล์ค” ของคุณ แต่หลังการหายตัวไปของแพตทริเซีย (โคลอี เกรตซ์ มอเรตซ์) นักเต้นคนก่อนได้นำพาให้คุณร่วมมือกับ ซาร่า (มีอา กอธ) สืบค้นมุมมืดของคณะโดยหารู้ไม่ว่าคุณกำลังตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าปีศาจร้ายที่คอยชักใยการตายของคนในคณะมาร์กอสอย่างหฤโหดSUSPIRIA ถือว่าเป็นโปรเจคต์รีเมกขวัญใจกองแช่งมาตั้งแต่เริ่มประกาศ ด้วยความที่หนังต้นฉบับของผู้กำกับ ดาริโอ อาเจนโต้ ได้ขึ้นหิ้งหนังสยองขวัญคลาสสิกโดยมีข้อดีในงานภาพของ ลูเชียโน โทโวลี ที่การจัดแสงแบบคอนทราสต์เล่นสีตัดกันแบบจัดจ้านเพื่อให้สะท้อนความบ้าคลั่งของเหล่าปีศาจจนเปลี่ยนเป็นกรณีศึกษาในตำราภาพยนตร์ทั่วโลก และก็เป็น ลูก้า กัวดานีโย ที่เพิ่งจะขึ้นแท่นผู้กำกับดังมาจากหนัง Call Me By Your Name (2017) หนังโรแมนติก LGBT ขวัญใจคนทั่วโลกมารับเผือกร้อนร่วมกับ สอง สยมภู มุกดีพร้อม ตากล้องคู่บุญชาวไทยที่พึ่งมีผลงานถ่ายภาพ นาคี๒ ที่ออกฉายและประสบความสำเร็จไปไม่นานว่ากันถึงลีลาการเล่าเรื่องที่คราวนี้ ลูก้า มอบหมายให้ เดวิด คาจยานิค มือเขียนบทที่เคยร่วมงานกันใน A Bigger Splash (2015) ดัดแปลงบทจากหนังต้นฉบับปี 1977 โดยแบ่งเรื่องราวออกเป็น 6 องก์และระบุเมืองที่ใช้ดำเนินเรื่องชัดเจนคือ เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน เพื่อให้ให้หนังอวลกลิ่นบรรยากาศของสงคราม ความตึงเครียดทางการเมือง และความชั่วร้ายของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งก็ไปได้ดีกับความสยดสยองที่ซ่อนอยู่ใต้ความงามอันน่าสะพรึงของคณะเต้นรำแม่มดในเรื่อง กระนั้นสิ่งที่ต้องบันทึกเป็นพิเศษเห็นจะเป็นการทำการบ้านขยายขอบเขตเรื่องราวจากต้นฉบับ ซึ่งมองผิวเผินอาจดูเป็นการพลิกแนวหนังจากต้นฉบับไปโดยสิ้นเชิง ทั้งที่จริงแล้ว คาจยานิค ได้หลอมรวมตำนานของพระแม่ทั้งสามจากหนังไตรภาคของดาริโอ อาเจนโตไว้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเรียบร้อยแล้ว โดยในเรื่องได้อ้า่งอิงตำนานพระแม่นรกแตก 3 องค์ได้แก่ พระแม่มาครีมารัม (Mater Lachrymarum) พระแม่แห่งน้ำตา พระแม่ เทเนบารัม (Mater Tenebrarum) พระแม่แห่งความทมิฬ และ พระแม่ ซัสพีริโอรัม (Mater Suspiriorum) พระแม่แห่งความโหยหา โดยพระแม่ทั้งสามปรากฎตัวในหนัง 3 เรื่องของ ดาริโอ อาเจนโต คือ The Mother of Tears (2007) Inferno (1980) และ Suspiria (1977) ตามลำดับ โดยเราอาจวิเคราะห์เรื่องราวที่หนังต้องการสื่อได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือในเรื่องราวส่วนนี้สามารถกินความความเชื่อมโยงได้หลากหลายตัวละคร ที่เด่นชัดที่สุดคือ การหายตัวไปของ อังเค (เจสสิกา ฮาร์เปอร์) อดีตเมียของ ดร. โยเซฟ เคลมเพอเรอ (ทิลดา สวินตัน รับบทชายแก่ได้เนียนเกิ๊น) ที่เปลี่ยนเป็นตราบาปในใจจนกระทั่งการหายตัวไปของ แพตทริเซีย คนไข้ที่หนีจากคณะมาร์กอสที่ทำให้ต้องยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงกับความชั่วร้ายเพื่อให้ชำระอารมณ์ผิดบาปในใจ และยังส่งผลให้ ซาร่า เริ่มสงสัยในความลับอันชั่วร้ายในคณะเต้นของคุณอีกด้วยซึ่งนอกจากสภาพการณ์ในเรื่องจะถูกคลุมด้วยยุคกำแพงเบอร์ลินแล้ว หนังยังพยายามเอาสภาพการณ์การเมืองต่างๆทั้งสงครามกลางเมือง และข่าวของสลัดอากาศที่เรียกร้องให้ปล่อยตัวหัวหน้าผู้ก่อการร้าย มาเป็นบรรยากาศที่อบอวลตลอดเรื่องแล้ว บทหนังยังเพิ่มสภาพการณ์การเมืองในคณะเมื่อเกิดการแย่งชิงของเหล่าแม่มดเพื่อให้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดบนห่วงโซ่ของอำนาจ ที่หนังปูตั้งแต่ต้นเรื่องว่ามีสองชื่อที่แข่งขันกันในการโหวตของเหล่า ผู้อาวุโส ในคณะ ซึ่งเชื่อว่าผู้คนจำนวนมากน่าจะงงกันทั้งโรงว่าจะโหวตกันทำไม จนกระทั่งหนังไปเฉลยตอนท้ายเรื่องนั่นแหละ ถึงได้คิดว่าความขัดแย้งทางการเมืองทั้งโลกภายนอกและในคณะมาร์กอส คือจุดระเบิดของความชั่วร้ายที่รอการเผยตัวแน่ๆล่ะ ว่าส่วนนี้คือหัวใจของหนังทั้งเรื่องและเป็นบ่อเกิดซึ่งความชั่วร้ายต่างๆนานา โดยเราอาจมองที่ตัวบุคคลอย่าง ซูซี่ ที่ค่อยเผยความปรารถนาทีละขั้นๆออกมาจาก แค่อยากอยู่ในคณะเต้นของ มาดาม บล็องค์ ผู้เป็นไอดอลของคุณ แต่หลังเรื่องราวดำเนินไปเราก็เริ่มได้เห็นมุมมืดในความปรารถนาของคุณทั้งจากภาพนิมิตรชวนเสียวสยิวช่วงล่าง จนไปถึงบทสนทนาที่เปรียบเปรยอารมณ์ปรารถนาในการสมสู่กับสัตว์ของคุณ และมันยังถูกเน้นย้ำในฉากย้อนอดีตอันเกี่ยวพันกับความเคร่งศาสนาในครอบครัวและความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับแม่ที่นำไปสู่บทสรุปอันชวนช็อคได้อย่างสมเหตุสมผล และผลพวงจากการเชื่อมโยงเรื่องราวลัทธิซาตานกับการเมืองเลยทำให้ Suspiria ได้กลิ่นอายแบบหนังยุค 70 ของฮอลลีวูด โดยอาศัยประวัติศาสตร์ของเบอร์ลินที่ผ่านสงครามอันโหดร้ายมาเป็นภาพแทนของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการฉกฉวยผลประโยชน์จากคนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งการที่เดวิด คาจยานิค เลือกเล่าเรื่องราวให้ซับซ้อนก็ยังผลให้หนังดูเกินๆล้นๆอยู่บ้าง เพราะหลายฉากเมื่อมาเรียงต่อกันก็ไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน การตัดสลับเรื่องราวหลายครั้งเข้าขั้นปั่นป่วน-ทำลายความต่อเนื่องอยู่ไม่น้อยแต่พอดูไปซักพักคนดูจะเริ่มชินและถ้า “ต่อติด” กับมันจะพบว่าตัวหนังยั่วเย้าให้คิดตีความ-สนุกสมองมากเลยเชียวแหละอีกจุดหนึ่งที่ส่วนตัวมองว่าสำคัญไม่แพ้บทหนังคือการออกแบบท่าเต้นของ โอลิเวีย แองโคนา(Olivia Ancona) และ โทบี แอชราฟ (Toby Ashraf) ให้กับ ดาโกตา จอห์นสัน และ ทิลดา สวินตัน เพราะท่วงท่าการใช้ร่างกายของทั้งคู่ส่งผลอย่างมหาศาลในการเล่าเรื่อง และมันยังทำงานสอดประสานกับดนตรีของ ทอม ยอร์ค นักร้องวงเรดิโอเฮด ได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คืองานถ่ายภาพของ สอง สยมภู มุกดีพร้อมที่คนไทยภูมิใจมากและยิ่งได้ดูในหนังเรื่่องนี้ สยมภู กำลังยกระดับไม่เพียงงานถ่ายภาพคนไทยแต่ยังรวมทั้งวิสัยทัศน์ในการทำหนังสยองขวัญที่ยากหาตัวจับ ในลีลาที่เขาสามารถลอกการบ้านต้นฉบับ แต่สยมภูกลับเลี่ยงความมักง่ายดังที่กล่าวถึงมาแล้วด้วยท่ายาก ทั้งการถ่ายแสงธรรมชาติและการจัดแสงให้ออกโทนเย็นยะเยือก เล่นกับกรอบภาพทั้งที่ที่คอนทราสต์ระหว่างหิมะขาวโพลนชวนหนาวเหน็บกับอาคารของคณะเต้นที่ดูอึมครึมในภายนอก แต่ชวนขนลุกกับการถูกจับจ้องด้วยที่ทางกระจกที่ส่องสะท้อนเหมือนไม่ทางรอดพ้นจากสา่ยตาความชั่วร้ายไปได้ ถือว่าเป็นงานที่ควรค่าแก่การศึกษาการถ่ายภาพจริงๆด้านดารา คงต้องยอมรับว่า ลูก้า กัวดานีโย สามารถดึงศักยภาพของดาราทุกคนออกมาเต็มกำลังโดยเฉพาะ ดาโกตา จอห์นสัน ที่ถูกปรามาสเรื่องความสามารถจนได้มาสำแดงเดชใน A Bigger Splash หนังสร้างชื่อของเขาในปี 2015 และกับ Suspiria ต้องขอบันทึกไว้ว่าหนังเรื่องนี้ได้ลบภาพ สาวไร้สมองบ้าเซ็กส์จาก Fifty Shade ออกจากตัวคุณได้แบบหมดจด ไม่เพียงแค่การแสดงแค่นั้นแต่กับการใช้ร่างกายเพื่อให้สื่อความหมายในเชิงนาฏลีลาได้อย่างงดงามและน่าสะพรึงกลัวจริงๆ และผู้แสดงที่ถือว่าคุ้มค่าตัวที่สุด คงหนีไม่พ้น ทิล ดา สวินตัน ทีนอกจากบท มาดาม บล็องค์ จะชวนเสียวสันหลังวาบแล้ว นางยังไปเป็นชายแก่ ! ใช่ครับ คุณยังรับบท ดร. โยเซฟ เคลมเพอเรอ ได้เนียนจนเมื่อมาหาข้อมูลงานสร้างถึงกับต้องอุทานออกมา เพราะคุณไม่ออกมูฟเมนต์หรือการใช้เสียงแบบผู้หญิงเลยสักนิด และตบท้ายด้วยบท เฮเลนา มาร์กอส หญิงชราบ้าอำนาจผู้ชักใยความชั่วร้ายในคณะได้แบบไม่คิดว่า สามหน้าที่นี้คือใช้ดาราหนังคนเดียวกันเป็นร่างทรง แม้เสียงวิจารณ์จากเทศกาลหนังเวนิสจะเสียงแตกมีทั้งเสียงโห่และปรบมือที่อาจทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยหวาดหวั่นในคุณภาพ แต่ผมขอการันตีเลยว่า การมาชม Suspiria เวอร์ชันนี้จะเป็นอีกประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง มันโหด มันสยอง แต่กลับงดงามชวนสะพรึง แม้ความอึดอัดคืออารมณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่คนดูก็ถูกพันธนาการด้วยพลังด้านภาพ การแสดง และเทคนิคต่างๆจนน่าจะเปลี่ยนเป็นหนังเพลิดเพลินที่เปี่ยมรสนิยมที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลยทีเดียว

Thai HD
6.8 /10

แสดงความคิดเห็น