Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เพราะความสำเร็จอย่างไม่ตั้งอกตั้งใจของ Pitch Back ทำให้เกิดตัวละครที่โดดเด่น และแตกต่างจากขนบของฮีโร่ "Riddick" คือ นักโทษ, นักฆ่า และไม่น่าไว้วางใจ ที่ไปติดอยู่บนดาวที่มีแต่เอเลี่ยนส์ ค้างคาวฉลาม คนดูไม่มีความแน่ใจในตัวละครตัวนี้ตอนที่ดู ริดดิคอยู่ข้างดีหรือร้ายกันแน่ และนั่นคือทำให้เกิดความแตกต่าง และนี่คือบทที่ทำให้ วิน ดีเซล แปลงเป็นที่รู้จักสำหรับแฟนหนังทั่วโลก และแปลงเป็นหนึ่งในบทของตายของดีเซล นอกเหนือจากบท โดมินิค ทอเร็ตโต้ จากหนังซิ่งสายฟ้าตระกูล Fast (ที่ฉายไป 6 ภาคแล้ว และกำลังจะมีภาค 7 ในซัมเมอร์ 2014) เรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่ยานอวกาศเกิดอุบัติเหตุจนต้องลงจอดบนดาวที่มีดวงอาทิตย์สามดวง แต่ที่ซวยคือมันดันเกิดสุริยคราสและแปลงเป็นดาวที่มีแต่กลางคืนอันยาวนาน และทำให้สิ่งมีชีวิตดุร้ายรูปร่างแบบค้างคาวผสมฉลาม ออกล่าเหยื่อ และเหยื่อของพวกมันก็คือ คนกลุ่มนี้ ที่แย่ยิ่งกว่าคือนอกจากต้องระวังสัตว์ร้ายแล้ว ยังต้องระวังนักโทษจอมโหดที่ติดมากับยานลำนี้ด้วย วิน ดีเซล ที่ตอนนั้นยังไม่ได้ดังอย่างทุกวันนี้ ได้รับบทที่เป็นใบเบิกทางให้แก่ชีวิตการทำงานของเขาเอง ซึ่งดีเซลสามารถสร้างคาแร็กเตอร์ริดดิคที่คนดูไม่ไว้วางใจได้เป็นผลสำเร็จ นักวิจารณ์พากันถล่มดีเซลว่าให้การแสดงที่แข็งเหมือนรูปปั้น และไร้อารมณ์ แต่เมื่อพิจารณาแล้ว อาจเป็นความตั้งอกตั้งใจของดีเซลเองรึเปล่าที่ต้องการให้คนดูไม่สามารถรับรู้อารมณ์ของตัวละครแบบริดดิค และเกิดความไม่ไว้วางใจดังที่ปรากฎในหนัง Pitch Black เป็นเสมือนหนังลูกผสมระหว่างหนังแนวเอเลี่ยน+แอนตี้ฮีโร่ ที่สะท้อนสันดานของมนุษย์เมื่อตกอยู่ในสถานะการณ์คับขันอยู่บนความเป็นความตาย พวกคนที่ว่าหน้าฉากดีก็เริ่มแสดงธาตุแท้ออกมาให้เห็น ในขณะที่คนที่ดูชั่วร้ายที่สุดกลับแปลงเป็นคนที่พอจะหวังพึ่งพาได้ (รึเปล่า?) เดวิด ทูฮี ผู้กำกับสามารถนำเสนอบรรยากาศแบบเดียวกับหนัง Alien และความไม่ไว้วางใจในตัวละครอย่างริดดิค แถมทำให้คนดูลุ้นว่าใครจะได้ไปต่อ ใครจะม้วยจากฝูงค้างคาวฉลาม ถือเป็นหนังที่มีความสนุก ครบรส และมีความรุนแรนในระดับหนึ่ง หนังสามารถทำรายได้ไปทั่วโลกแบบเข็มขัดสั้น (เกินคาด) ทำให้เกิดภาคต่อที่อลังการมากขึ้น เพราะความสำเร็จที่เกินคาดทำให้ เดวิด ทูฮี และวิน ดีเซล หลงทางและสร้างภาคสองออกมาโดยตั้งอกตั้งใจจะให้เป็นมหากาพย์แห่งดวงดาว หนังจึงผลาญทุนสร้างเพื่อให้ให้ได้มาซึ่งความยิ่งใหญ่ อลังการ หนังอาจจะดูสนุก ตื่นตา แต่ไม่ทำเงิน และพาริดดิคไปไกลจนกู่ไม่กลับ หนังจับเหตุการณ์ต่อจากภาคที่แล้ว แต่โฟกัสไปที่การผจญภัยของริดดิค เพื่อให้หลบหนีการตามล่า แต่แล้วริดดิคก็ไปอยู่ตรงกลางระหว่างชาวดาวฮีเลี่ยน และทัพเนโครมังเกอร์ของลอร์ดมาร์แชล มีคำทำนายว่าชายนิรนามผู้หนึ่งจะยืนหยัดอยู่เหนือทัพทั้งปวง และเป็นอีกทีที่ริดดิคต้องแบกรับภาระที่เขาเคยคิดว่าธุระไม่ใช่ วิน ดีเซลยังคงเป็นริดดิคที่เห็นแก่ตัวน้อยลง เป็นคนดีมากขึ้น และมีความเป็นฮีโร่เพิ่มขึ้น นั่นทำให้บรรยากาศความไม่ไว้วางใจในตัวละครนี้หมดไป และแทนที่คือริคดิคจะเอาชนะทัพของลอร์ดมาร์แชลอย่างไร หนังได้ดาราหนังคุณภาพอย่าง จูดี้ เดนซ์ สลัดภาพเอ็มเจ้านายของบอนด์ มารับบทแม่เฒ่าพยากรณ์ ถือว่าเป็นบทที่ไม่ได้ทำให้ป้าเดนซ์เป็นที่กล่าวขวัญถึงในทางที่ดีอะไรในประวัติการทำงานของคุณ เรียกว่า "เสียของ" เดวิด ทูฮี ทำให้หนังภาคสองออกไปอีกแนวทางหนึ่งแบบฟ้ากับเหว บรรยกาศแบบระทึกขวัญไม่น่าวางใจหายไป แต่ได้บรรยกาศในแนวทางหนังซูเปอร์ฮีโร่มาแทนที่ การต่อสู้ระหว่างคุณงามความดีกับความชั่ว แม้ในหนังจะบอกว่า ต่อสู้กับคนเลวโดยคนที่เลวกว่า แต่ดูยังไงก็ไม่คิดว่าริดดิคจะเป็นคนเลวไปได้เลย เพื่อให้ให้เข้าถึงคนดูทุกกลุ่มหนังจึงปรับโทนให้อ่อนลงเพื่อให้จะได้ติดเรท PG-13 เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ซึ่งหนังก็ให้ภาพที่น่าตืนตาตื่นใจไปกับเทคนิค และฉากแอ็คชั่น ถ้าไม่คิดอะไรก็ต้องบอกว่า "มันก็สนุกดีนะ" แต่จบแล้วหลังจากนั้นก็แล้วกัน และตอนนี้ วิน ดีเซล จะแท็กทีมกับผู้กำกับฯ เดวิ ทูฮี อีกทีใน Riddick 3 ซึ่งกลับหาบรรยากาศเก่า ๆ ที่ไม่น่าไว้ใจ และชัดเจนที่หนังมีความร้ายแรงจนติดเรท R เหมือนภาคแรก ซึ่งจะนำมาเล่าสู่กันฟังในคอลัมน์ "หนังชนโรง" ต่อไปครับ

Thai HD
6.7 /10

แสดงความคิดเห็น