Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

The Closet ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เรื่องราวของ ซังวอน (ฮาจองอู) ชายผู้สูญเสียเมียจากอุบัติเหตุอันน่าสลด เขาตัดสินใจพา อีนา (ฮอยูล) บุตรสาวย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ ด้วยความหวังที่จะซ่อมความข้องเกี่ยวที่แตกสลายให้กลับมาดี นานวันเข้าดูเหมือนว่าเรื่องเลวร้ายกำลังจะผ่านไป อีนากลับมามีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อย่างกับว่าคุณได้พบเจอกับเพื่อให้นใหม่ และการเริ่มใหม่อีกรอบแต่ช่วงเวลาแห่งความสุขอยู่ได้ไม่นาน เพราะซังวอนเริ่มฝันร้าย เขาได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นจากตู้ปริศนา พร้อมด้วยอีนาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในระหว่างการตามหา คยองฮุน (คิมนัมกิล) ชายลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอกว่า ต้นเหตุที่บุตรสาวของเขาหายไปมาจากตู้ปริศนานี้ ซังวอนจึงต้องเลือกว่า จะเสี่ยงเปิดตู้ปริศนาสุดสยองไหม ? และเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าภายในนั้นจะใช่บุตรสาวหรือเปล่า ?อุบัติเหตุไม่คาดฝันทำให้ “ซังวอน” (ฮา จองอู) และบุตรสาว “อีนา” (ฮอยูล) ต้องเสียเมียและแม่ไป พวกเขาทั้งสองย้ายเข้าบ้านหลังใหม่เพื่อให้ต้องการปะติดปะต่อสายสัมพันธ์ที่แตกสลายให้กลับมาอีกที แต่ไม่ว่าซังวอนจะพยายามเท่าไร บุตรสาวของเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ แต่จู่ๆ อินะกลับมามีเสียงหัวเราะอีกรอบ เหมือนกับว่าคุณหาเพื่อให้นใหม่ได้แล้ว แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้อยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อมีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นหลังตู้ปริศนา อินะเริ่มทำตัวแปลกไป ไม่กี่วันภายหลังที่ซังวอนฝันร้ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ อินะหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ระหว่างการตามหา ซังวอนได้พบกับ “คยองฮุน” (คิม นัมกิล) ชายลึกลับที่ฟันธงว่าอินะหายตัวไปในตู้ปริศนาในบ้านของเขาเอง คยองฮุนบอกซังวอนว่าเขาตามหาเด็กหายมาสิบปีแล้ว และเชื่อว่ากุญแจสำคัญในการตามอินะกลับมาอยู่ในตู้ เมื่อไร้หนทาง ซังวอนยอมเสี่ยงเปิดประตูตู้ต้องห้าม โดยไม่สนถึงความสยองที่อาจจะตามมา…ด้วยหวังล้างใจจากการสูญเสียไปในอุบัติเหตุรถยนต์ ซังวอน (ฮา จองอู) สถาปนิกชายหนุ่มได้พา อินา (ฮอยูล) บุตรสาววัย 11 ขวบหนีจากเมืองใหญ่ไปอยู่บ้านพักหรูในป่า แต่สิ่งที่แถมมากับบ้านหลังนี้นอกจากความหรูหราก็คือตู้เสื้อผ้าโบราณในห้องนอนของอินาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แปลก ๆ กับตัวอินาทั้งการพูดคุยกับเพื่อให้นในจินตนาการและยังมีตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ ที่ไม่รู้อินานำมาจากไหน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ อินาก็หายตัวไปร่วมเดือน จนกระทั่ง คยองฮุน (คิม นัมกิล) หมอผีชายหนุ่มที่ตามสืบเรื่องราวของเด็กที่หายตัวไปในบ้านได้เผ่านาร่วมมือกับ ซังวอน เพื่อให้ตามหาความจริงและพา อินา กลับมาก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปพูดได้ว่าจากกระแส Parasite ครองออสการ์น่าจะทำให้ปีนี้เราได้ดูหนังเกาหลีในโรงกันมากขึ้นแน่ ๆ และที่ไม่รอช้าเลยก็คือสตูดิโอเจ้าของเดียวกันอย่าง Cj Entertainment ที่ขอเสิร์ฟหนังสยองขวัญบล็อกบัสเตอร์ทำเงินจากเกาหลีอย่าง The Closet มาให้คนไทยได้ชิมกันต่อ ยิ่งตลาดหนังเมืองไทยที่หนังผีคือแนวหนังยกโรงด้วยแล้ว ก็ไม่ได้ยากเกินคาดเดาเลยว่างานนี้กะมาทำเงินเอาตังค์จากนักดูหนังชาวไทยแน่ ๆ แต่จะทำหนังผีตามกระแสหนังผีเอเซียเหมือนตอนต้นปี 2000 ก็กะไรอยู่ คราวนี้หนังอย่าง The Closet เลยปรุงรสเพิ่มทั้งข้อความสำคัญชนชั้นต่อเนื่องมาจาก Parasite และแถมด้วยวัฒนธรรมเชมัน หรือ การไล่ผีอันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของเกาหลี แล้วมาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสูตรหนังสยองขวัญครบรสแบบหนังผีของผู้กำกับ เจมส์ วาน ผลลัพธ์คือหนังสยองขวัญสุดรื่นเริงและช่างคิดเรื่องนี้นั่นเองหลังดูหนังจบสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนมากคือร่องรอยแรงบันดาลใจของหนังผีแบบเจมส์ วาน ที่อยู่ในแต่ละองค์ประกอบของหนัง โดยเฉพาะใจความสำคัญความเกี่ยวพันในครอบครัว การเล่นกับที่ทางและสิ่งของในบ้านที่แทบจะเหมือน The Conjuring หรือหนังในตระกูลใกล้เคียงกัน ตลอดไปจนการสอดแทรกอารมณ์ขันเมื่อตัวละครอย่าง คยองฮุน ปรากฎตัวขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นการเลียนแบบไร้ยางอายตรงกันผ่าน มันยังเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามหนีไม่ให้หน้าหนังไปเทียบเคียงกับงานหนังฮอลลีวูดเรื่องดัง แถมยังมีศักดิ์ศรีที่พอแข่งกันได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกด้วย สำหรับฉากสยองขวัญที่ส่วนตัวมองว่าน่ากลัวที่สุดหนีไม่พ้นการปรากฎตัวของผีหมอผี และการหลบจากการโจมตีของเหล่าผีเด็กที่ทำให้ ซังวอน ไม่อาจลืมตาได้ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ถือว่าหนังสามารถทำได้อย่างชวนลุ้นระทึก น่ากลัว และสยองขวัญสมใจอยากคนอยากดูหนังผียิ่งนัก ถึงกระนั้นก็ตามอย่างที่บอกไปในย่อหน้าที่แล้วว่ามันเหมือนหนังผีของเจมส์ วานตรงที่มันต้องมีครบรสซึ่งก็ทำให้ช่วงหลังของหนังทอนความน่ากลัวออกแล้วไปเน้นให้ลุ้นระทึกไปกับการสืบสวนหาความจริง ที่ก็ดันไปพูดเรื่องชนชั้นแบบเดียวกับ Parasite อีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นใจความสำคัญร่วมที่คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้และทำให้บทหนังของ The Closet มีสาระที่ทำให้คนดูได้ออกมาถกเถียงกันต่อได้ดี แม้จะไม่เข้มข้นเท่าของหนังออสการ์เรื่องดังก็ตามและแน่ๆแล้วว่าสำหรับเกาหลี หนังคือเครื่องมือเผยแพร่วัฒนธรรมดังนั้น The Closet จึงพาเราไปรู้จักกับวัฒนธรรมหมอผี หรือเชมัน ในลัทธิชิน ซึ่งถือเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของเกาหลี แถมรัฐบาลยังส่งเสริมงานวิจัยและการสร้างสรรค์งานแสดงจากรากเหง้าวัฒนธรรมนี้อย่างจริงจังด้วย (จริงจังขนาดไหนก็ถึงขนาดผลักดันให้เปลี่ยนเป็นนาฏศิลป์ร่วมสมัยแสดงที่โรงละครขนาดยักษ์) และก็ดันประจวบเหมาะกับการพยายามผลักดันให้มันมาอยู่ในสื่ออันทรงพลังอย่างภาพยนตร์ โดยก่อนหน้านี้วัฒนธรรมการไล่ผีก็อยู่ในหนังอย่าง The Wailing ของผู้กำกับนาฮงจินมาทีนึงแล้ว และกับ The Closet มันก็ทำให้เกิดตัวละครอย่าง คยอง ฮุน ที่แทบไม่ต่างจากซูเปอร์ฮีโรมาปราบผีหรือหมอผีเท่ ๆ อย่าง คอนแสตนติน ของอเมริกาได้เลย ซึ่งก็ถือเป็นการเอาวัฒนธรรมชามันมาขายให้ชาวโลกได้รู้จักแบบเนียน ๆ ได้อีกด้วยสรุปแล้ว The Closet ก็คือหนังผีดูสนุก ๆ นั่นแหละ มีทั้งฉากผีแฮร่..น่ากลัว ๆ มีทั้งฉากหลบผีชวนลุ้นระทึก รับรองใครที่ชอบตามหนังผีของเจมส์ วาน ก็น่าจะได้อรรถรสไม่แพ้กัน แถมพ่วงด้วยวัฒนธรรมเชมันได้อย่างชาญฉลาดและยังพูดเรื่องชนชั้นต่อจาก Parasite มาเป็นกลวิธีการเฉลยเรื่องได้อย่างชาญฉลาดเลยแหละอุบัติเหตุไม่คาดฝันทำให้ ซังวอน (ฮาจองอู) และลูกสาว อินะ (ฮอยุล) ต้องเสียภรรยาและแม่ไป พวกเขาทั้งสองย้ายเข้าบ้านหลังใหม่เพื่อต้องการปะติดปะต่อสายสัมพันธ์ที่แตกสลายให้กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าซังวอนจะพยายามเท่าไร ลูกสาวของเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ แต่จู่ ๆ อินะกลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้ง เหมือนกับว่าเธอหาเพื่อนใหม่ได้แล้ว แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้อยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อมีเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นหลังตู้ปริศนา อินะเริ่มทำตัวแปลกไป ไม่กี่วันหลังจากที่ซังวอนฝันร้ายอย่างไม่ทราบสาเหตุ อินะหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ระหว่างการตามหา ซังวอนได้พบกับ คยองฮุน (คิมนัมกิล) ชายลึกลับที่ฟันธงว่าอินะหายตัวไปในตู้ปริศนาในบ้านของเขาเอง คยองฮุนบอกซังวอนว่าเขาตามหาเด็กหายมาสิบปีแล้ว และเชื่อว่ากุญแจสำคัญในการตามอินะกลับมาอยู่ในตู้ เมื่อไร้หนทาง ซังวอนยอมเสี่ยงเปิดประตูตู้ต้องห้าม โดยไม่สนถึงความสยองที่อาจจะตามมา…

Thai FullHD
5.7 /10

แสดงความคิดเห็น