Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

อุบัติเหตุเรือบินตกกลางป่าหนาวเหน็บ ทำให้ชาร์ลส์ มอร์ส (แอนโธนี่ ฮ๊อปกิ้นส์) มหาเศรษฐีทรงภูมิปัญญา และ โรเบิร์ต กรีน (อเล็ค บอลด์วิน) ช่างภาพแฟชั่นชายหนุ่มสำอาง ต้องต่อสู้เพื่อให้ชีวิตรอดกลางภูมิประเทศอันโหดร้าย ซึ่งแต่ละคนได้พบว่า ภัยร้ายไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่มาจากความกลัวจากก้นบึ้ง การคิดไม่ซื่อ และจุดประสงค์ร้ายซ่อนเร้น ที่ผลักดันให้เกิดการไล่ล่าและตึงเครียด เรื่องราวอุบัติเหตุเรือบินตกกลางป่าหนาวเหน็บ ทำให้ชาร์ลส์ มอร์ส (แอนโธนี่ ฮ๊อปกิ้นส์) มหาเศรษฐีทรงภูมิปัญญา และ โรเบิร์ต กรีน (อเล็ค บอลด์วิน) ช่างภาพแฟชั่นชายหนุ่มสำอางต้องต่อสู้เพื่อให้ชีวิตรอดกลางภูมิประเทศอันโหดร้าย ซึ่งแต่ละคนได้พบว่าภัยร้าย ไม่ได้มาจากธรรมชาติรอบกาย แต่มาจากความกลัวจากก้นบึ้งการคิดไม่ซื่อ และจุดประสงค์ร้ายซ่อนเร้น ที่ผลักดันให้เกิดการไล่ปัจจุบันระทึกและตึงเครียด ความเข้มข้นชั้นเยี่ยมนี้ มาจากบทชั้นดีของเดวิด มาเม็ต นักเขียนบทมือทองของฮอลีวู้ เริ่มจากการมาท่องเที่ยวของคนกลุ่มหนึ่งที่มีนักเศรษฐีมากปัญญาชาร์ลส์ มอร์ส(Anthony Hopkins) ตากล้องช่างภาพแฟชั่นโรเบิร์ต กรีน(Alec Baldwin)และกลุ่มลูกทีมคนอื่นๆ หลังจากไปถึงที่พักอย่างสบายใจต้องแปลกใจเมื่อไปเห็นภาพที่น่าสนใจ จากในรูปเป็นผู้ชายล่าหมี ซึ่งนั้นทำให้โรเบิร์ตเกิดไอเดียในการนำเขามาถ่ายภาพแฟชั่น จึงต้องเดินทางไปตามตัวที่อยู่ไกลออกไปจากที่พักเดิม แล้วโรเบิร์ตได้ชวนชาร์ลส์กับสตีเฟ่นเพื่อให้นอีกหนึ่งคน (Harold Perrineau) ตามไปด้วย ระหว่างการเดินทางด้วยเรือบินเกิดประสบอุบัติเหตุ คือเรือบินตกกลางแม่น้ำและขึ้นฝั่งที่ไหนก็ไม่ทราบ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอยู่ไหน แม้แต่พวกเขาเอง ปัญหาที่แย่กว่านั้นคือการมาตัวเปล่า ไม่มีอาหาร ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือเพียงพอ สิ่งเดียวที่จะรอดจากป่าที่ปกคลุมหิมะหนาวเหน็บได้คือ ***สติปัญญา*** ของ Anthony Hopkins ช่วงแรกของหนังคือการแนะนำตัวละครและภูมินิสัยและข้อดีในตัว ชาร์ลส์นักเศรษฐีคนนี้มีคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจเพราะเดาใจยาก เนื่องมาจากมีความนิ่งเป็นตัวของตนมีสังคมโดดเดี่ยว และยังเป็นคนที่คนนับถือในเรื่องของความรู้อีกด้วย เพราะใครถามอะไรเขาก็ตอบได้อย่างผู้เชี่ยวชาญ อย่าคิดว่าชาร์ลส์เป็นคนโดดเดี่ยวเสมอไปเพราะตอนนี้ในใจเขามีครบทุกอย่าง สิ่งนั้นคือเมียสุดสวย อย่าง มิกกี้ (Elle Macpherson) บางทีการได้อยู่กับเมียสุดสวยที่อ่อนกว่าคงแฮปปี้ในชีวิตแล้วไหนจะทรัพย์สินอีก ถือว่าชาร์ลส์มีครบทุกอย่าง แต่ โรเบิร์ตมักโผล่หน้าโผล่ตามาพูดคุยกับชาร์ลส์บ่อยมากที่สุด และดูเหมือนมีอะไรบ้างในใจกับชาร์ลส์โดยที่เจ้าตัวอาจรู้หรือเปล่ารู้ก็ได้ แต่ที่แน่คือไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชิ้นงานของเขาที่ดั้นด้นมาถึงป่าในฤดูหิมะอย่างนี้ ซึ่งความจริงแล้วในใจเขามีแผนมากกว่านั้น ดูจากเนื้อเรื่องคร่าวๆคงประมาณว่าจะมาแนวหักมุมอะไรหรือเปล่า ดูมีเล่ห์นัยกันบ้างแล้ว ความจริงแล้วหนังมีลูกเล่นที่สะท้อนถึงความจริงของเหตุการณ์ได้ดีมาก ตั้งแต่เรือบินตก ตลอดจนการเอาตัวรอดด้วยกลเม็ดเคล็ด ลับต่างๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือการเอาตัวรอดจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ผู้ชมคงเริ่มรู้แล้วว่าโรเบิร์ตมีความจริงในใจไม่ชอบชาร์ลส์จนต้องการจะฆ่าให้ตาย การนั่งเรือบินไปถ่ายรูปที่ไกลก็ยังเป็นแผนเพื่อให้หลบหนีสายตาคนอีกหลายๆคนเพื่อให้กำจัดชาร์ลส์ แล้วเหตุผลของการอยากฆ่าให้ตายคืออะไร ทำไมโรเบิร์ตไม่อยากให้ชาร์ลส์มีชีวิตอยู่ คำตอบคือคนรัก มีใครรู้บ้างว่าความเกี่ยวข้องของมิกกี้จะผูกพันกับโรเบิร์ตด้วยในเมื่อได้แต่งง่นเป็นเมียกับชาร์ลส์ไปแล้ว ด้วยสภาพการณ์ในตอนนี้หลังจากเรือบินตกทุกคนต้องช่วยกันมากกว่าจะฆ่า ฟังดูสมเหตุสมผลกว่าถ้าจะไปให้รอด บอกตามตรงเลยว่าชอบการดำเสนอเรื่องราวเป็นอย่างมากกับการเอาชีวิตรอดที่หยิบวิธีการต่างๆที่ใช้ได้จริง ไม่มีความเว่อร์เผ่านาอะไร ไม่ว่าจะเป็นการทำเข็มทิศเทียมด้วยการทำไฟฟ้าสถิตที่ใช้ตัวคลิปจับงอให้มีแท่งตรง แล้วมาถูกับเสื้อ จากนั้นไปวางบนใบไม้ที่เตรียมไว้บนน้ำนิ่ง หรือจะการดูดาวเพื่อให้ค้นหาดาวเหนือ สิ่งกลุ่มนี้เป็นความรู้สำคัญในการเดินทางที่มีประโยชน์อย่างดีแล้วหลงทางหลงป่า ผู้กำกับ Lee Tamahori คนที่เคยทำ 007 ตอน Die Another Day ปี 2002 ทำให้การหลงป่าทำให้พบเจอในหลายๆอย่างที่ไม่โอเว่อร์ ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้ในป่าธรรมดาๆที่อันตรายจากสัตว์ เช่น หมี ที่สามารถตามกลิ่นได้ตลอดทางจนเจอไม่ว่าจะหนีไปไหนไกลก็ตาม ซึ่ง The Edge ได้เลือกหมีมาเล่นในเรื่องได้เนียบเนียนกับความดุร้ายหรือจะสัญชาตญาณดิบ ตัวหนังสวยด้วยวิวแบบฉากกว้างๆเห็นภูเขา ลำน้ำ ห้วย ป่าไม้ ไม่ว่าจะบอกอารมณ์โทนเย็นสบายๆไม่หนาวตามธีมหนังที่ปกคลุมหิมะ หรือจะรู้สึกถึงการผจญภัยที่มีความหมายกับการเอาตัวรอดที่ได้สิ่งทดแทนจากการค้นหาทั้งชีวิต ตัวโทนภาพ ของหนังสบายตาสบายใจกับธรรมชาติมากๆๆๆๆๆๆ แต่ต้องยอมรับใน การแสดงของ Anthony Hopkins และ Alec Baldwin ซึ่งในหนังเป็นหลักสำคัญของทั้งคู่ว่าจะเกิดอะไรต่อไป กับเรื่อง The Edge นี้เปลี่ยนเป็นอีกคนอย่างสิ้นเชิงกับ เรื่อง The Silence of the Lambs เมื่อปี 1991 ดูกันไม่ออกเลยว่านี้คือผู้แสดงคนเดียวกัน มุมมองทางสายหรือจะท่าทางต่างกันมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่ตัวหนังเชิงอารมณ์เหงาแต่ยังให้ความสุขมีรอยยิ้มได้ โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะซึ้งตอนจบเพราะประโยคสุดท้าย อีกแง่หนึ่งมองว่าหนังตายตอนจบไม่ค่อยประทับใจอย่างที่ควรเป็น ชวนรู้สึกอึดอัดพิลึกหรืออาจเป็นเพราะโชคชะตาเล่นตลกทำให้แทนที่รอดอย่างปฏิหาริย์แปลงเป็นที่น่าสลดใจแทน

Thai FullHD
6.9 /10

แสดงความคิดเห็น