Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

The Greatest Showman โชว์แมนบันลือโลก โอ๊ยยยหาเรื่องเสียเงินค่าตั๋วดูหนัง แถมดูจบต้องมาหาโหลดเพลงฟังต่ออีก หลังจากไปดูหนังเพลงส่งท้ายปีที่ผ่านมาอย่าง “The Greatest Showman” โชว์แมนบันลือโลก กลับมาก็จะคึกหน่อยๆ ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน เป็นสุขไปกับการดูโชว์ตระการตา ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงเพราะๆตลอดเรื่อง เป็นอีกเรื่องที่คอหนังมิวสิเคิลห้ามพลาด!!!The Greatest Showman เล่าถึงคนช่างฝันความมุ่งมั่นและจินตนาการอันเต็มเปี่ยมของ พี.ที. บาร์นัม บุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของอเมริกา จากจุดเริ่มที่มาจากศูนย์เกิดเป็นธุรกิจโชว์สุดมหัศจรรย์ที่รวมคนแปลก ไม่ถูกยอมรับกลับมาใช้ชีวิตโชว์ทักษะได้อย่างภาคภูมิใจไม่ต้องหลบซ่อนตัวเองอีกต่อไป เกิดเป็นโชว์ที่น่าสนใจร้องเล่นเต้นกันตลอดทั้งเรื่อง ดูเพลินตั้งแต่ต้นยันจบ ถึงแม้ตัวหนังจะดำเนินเรื่องแบบสูตรสำเร็จเดาได้ง่ายๆ แต่ระหว่างทางให้เราเก็บเกี่ยวโชว์ดีๆ เพอร์ฟอร์แมนซ์เจ๋งๆของเหล่าผู้แสดงที่ถ่ายทอดมันออกมาด้วยความตั้งอกตั้งใจ ขนาดดูผ่านจอยังได้รับความสุขกลับมาขนาดนี้ ไม่ต้องการจะนึกถึงยุคโชว์ละครสัตว์รุ่งเรื่องแล้วเราได้เข้าไปดูในเต้นท์จะตื่นตาตื่นใจขนาดไหนจากท้องถนนสู่โชว์แมนผู้ยิ่งใหญ่ พีทีบาร์นัม (ฮิวจ์ แจ็คแมน) ขอท้าทายอคติของผู้คนด้วยการจัดโชว์ละครสัตว์สุดยิ่งใหญ่ร่วมกับฟิลลิป คาไลล์ (แซค แอฟรอน) ดาราบรอดเวย์ตกอับจนเขาและทีมงานได้มีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์ของพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษสร้างชื่อให้คณะของเขาอย่างมาก จนกระทั่งการเผ่านาของเจนนี่ ลินด์ (รีเบคกา เฟอร์กูสัน) นักร้องโอเปร่าสาวสวยทำให้บาร์นัมเปลี่ยนไปจนคนรอบข้างของเขาโดยเฉพาะ แชริตี้ (มิเชล วิลเลียมส์) เมียที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาต้องหาทางทำให้บาร์นัมศึกษาค้นพบคุณค่าของความฝัน จินตนาการและหัวใจของโชว์ที่เขาหลงลืมจะว่าไปเรื่องราวของ พีทีบาร์นัม ชายผู้เป็นเหมือนบิดาของธุรกิจรื่นเริงอเมริกาก็เพียบพร้อมไปด้วยดราม่าที่สามารถทำเป็นหนังสนุกๆได้อยู่แล้วคือมีทั้งดราม่าชายสู้ชีวิต ความรักที่ต้องฟันฝ่า หรือแม้กระทั่งสารการเมืองอย่างเรื่องสีผิวและเผ่าพันธุ์ที่เป็นหลักสำคัญร่วมในหนังฮอลลีวูดปี 2017 แทบทุกเรื่อง ถึงกระนั้นบทหนังของ เจนนี่ บิคส์ ที่ร่วมเขียนกับ บิล คอนดอน ผู้กำกับและเขียนบทที่มีผลงานมิวสิคัลดังๆอย่าง Chicago (2002) และ Dreamgirls (2006) ก็เลือกจะไปเน้นสร้างฉากโชว์เพื่อให้บอกเล่าเกร็ดชีวิตของบาร์นัมมากกว่าเลยทำให้บทหนังเองขาดความรัดกุมในการเล่าเรื่องราวชีวิตตัวละครแต่ละตัว เราเลยไม่ได้รู้ว่าชีวิตของบาร์นัมมีตื้นลึกหนาบางยังไงเพราะหนังก็เลือกจะเล่าชีวิตของเขาและคนรอบข้างในมุมสว่างไปเสียหมดเลยทำให้ตัวละครขาดมิติจนเรื่องราวขาดความสมเหตุสมผลไปมากพอสมควร ดังนั้นหากใครคาดหวังที่จะเห็นหนังดราม่าที่บอกเล่าเรื่องราวชายสู้ชีวิตแบบเจาะลึกชีวิตตัวละครเผชิญวิบากกรรมแบบเอาเป็นเอาตายนี่คงไม่ใช่หนังที่เหมาะกับคุณแน่ๆ ตรงกันผ่านนี่คือหนังมิวสิคัลร่วมสมัยที่เหมือนลูกผสมระหว่างภาพยนตร์และมิวสิควีดีโอที่ใช้เพลงมาบอกเล่าช่วงชีวิตตัวละครเป็นช่วงๆๆ ซึ่งยอมรับเลยว่าหลายช่วงตอนของหนังได้กลิ่นความเป็นมิวสิคัลเว่อร์วังอลังการแบบหนังของผู้กำกับบาซ เลอห์มานอย่าง Moulin Rouge (2001) ที่เล่าเรื่องความรักของนักเขียนชายหนุ่มกับดาราสาวในยุค 1899 ที่ปารีส และเนื่องด้วยยุคสมัยในหนังที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน เราเลยได้เห็นร่องรอยการบูชาครูตั้งแต่งานออกแบบเสื้อผ้าของเอลเลน มิรอจนิค ไปจนถึงการออกแบบโชว์ที่ไม่ไร้ซึ่งความคิดสร้างสรรค์เลยทำให้ทุกฉากตอนของหนังสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เป็นอย่างดีความยากของการทำมิวสิคัลคงหนีไม่พ้นการออกแบบต่างๆในหนัง ซึ่งก็โชคดีสำหรับ The Greatest Showman ที่แม้ ไมเคิล เกรซี ผู้กำกับคนใหม่จะมีผลงานเพียงมิวสิกวีดีโอและโฆษณาเท่านั้นแต่ทีมงานเบื้องหน้าของหนังล้วนแต่ผ่านงานหนังเจ๋งๆมาแล้วทั้งสิ้นตั้งแต่ เบนจ์ พาเซค และจัสติน พอล ที่พึ่งได้ออสการ์จาก La La Land (2016) มาแต่งเพลงสุดฮึกเหิมให้หนังควบคู่ไปกับงานประพันธ์ดนตรีประกอบของ จอห์น เดบนีย์ (The Jungle Book) และจอห์น ทราพาเนเซ (Straight outta Compton) จนได้ลูกผสมระหว่างความเป็นพ็อพและมิวสิคัลแบบงานคาร์นิวัลจนทำให้โชว์ของคณะละครสัตว์ในเรื่องดูคึกคักแต่ไม่ด้อยความคลาสสิกเลยแม้แต่น้อย ด้านงานสร้างของ นาธาน คราวลีย์ ที่ออกแบบงานสร้างให้หนังของคริสโตเฟอร์ โนแลน ทั้งไตรภาคอัศวินรัตติกาลมาจนถึง หนังสงครามเรื่องปัจจุบันอย่าง Dunkirk ก็เล่นสนุกกับสีสันต่างๆในหนังได้อย่างมีชีวิตชีวา และเพราะ ไมเคิล เกรซี ช่ำชองงานเทคนิคพิเศษด้านภาพหรือวิช่วลเอฟเฟกต์การถ่ายทำของหนังเลยผสมผสานวิช่วลเอฟเฟกต์กับงานกำกับภาพของ เชมัส แม็คการ์วีย์ ที่เล่นกับการตัดต่อแบบแมตช์คัตตั้งแต่ช็อตเปิดเรื่องที่เปลี่ยนภาพจากฮิวจ์ แจ็คแมนในคณะละครสัตว์สู่ตัวละครพีทีบาร์นัมวัยชายหนุ่มน้อยที่ส่องกระจกให้เงาตนเองที่สะท้อนซ้อนกับชุดสูทในร้านเพื่อให้บ่งบอกถึงความฝันที่ต้องฟันฝ่าได้เป็นอย่างดี ซึ่งการออกแบบงานตัดต่อให้เป็นแมตช์คัตทั้งเรื่องยังผลให้เกิดความต่อเนื่องเสมือนโชว์คืนความสุขที่ไม่รู้จบได้เป็นอย่างดีอีกด้วยสำหรับ ฮิวจ์ แจ็คแมน ถือว่าหายห่วงอยู่แล้วสำหรับงานมิวสิคัลเพราะก่อนหน้านี้เคยผ่าน Les Misérables (2012) มาก่อนแม้ The Greatest Showman จะไม่ต้องตะโกนร้องเพลงเพื่อให้อัดระหว่างถ่ายทำแบบเรื่องที่แล้ว แต่ทักษะการเต้นและเคลื่อนไหวของแจ็คแมนก็แทบทำให้เราลืมไปเลยว่าเรากำลังดูชายวัย 49 ร้องเล่นเต้นระบำอยู่ ส่วนมิเชล วิลเลี่ยมส์ ก็ยังคงความเป็นผู้แสดงคุณภาพแต่เสียดายที่หนังให้เวลาคุณน้อยเกินไปทั้งที่บทแชริตี้ถือเป็นหัวใจหลักทื่ทำให้บาร์นัม กลับมามองเห็นคุณค่าของครอบครัวอีกที โดยความโดดเด่นกลับไปอยู่ที่ รีเบคก้า เฟอร์กูสัน ที่ทำชายหนุ่มๆใจสั่นมาแล้วจาก Mission Impossible Rogue Nation (2015) ในบทเจนนี่ ลินด์ นักร้องโอเปร่าสาวสวยที่แม้คุณจะไม่ได้ร้องเพลงเองแต่แค่โชว์หน้าสวยๆก็เพียงพอทำให้ชายหนุ่มๆได้หายนึกถึง หลังปีนี้อยู่ดีๆค่ายหนังก็ถอดโปรแกรม Snowman ของคุณในไทยไปแบบเงียบๆส่วนดาราสมทบอย่าง แซค เอฟรอน ก็บริหารเสน่ห์แบบชายหนุ่มหล่อและโชว์สกิลการเต้นที่ติดตัวมาตั้งแต่ซีรีส์ High School Musical ให้สาวๆได้ใจละลายกันไม่น้อยรวมทั้งดาวรุ่งอย่าง เซนดายา ที่เราพึ่งจะได้เจอคุณใน Spider-Man Homecoming ไปไม่นานก็เปล่งประกายเสน่ห์ชวนหลงรักตั้งแต่วินาทีแรกที่กล้องจับใบหน้าเก๋ๆของคุณเลยทีเดียว เมื่อดูจากทีมงานก็ไม่แปลกใจนักที่หนังมีความเป็นมิวสิคัลหรือหนังเพลงร่วมสมัยที่ทั้งเพลิดเพลินและเปี่ยมไปด้วยศิลปะการถ่ายทอดสร้างความตื่นตาตื่นใจทำให้ The Greatest Showman เป็นหนังคืนความสุขส่งท้ายปี 2017 ได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว

Thai FullHD
7.6 /10

แสดงความคิดเห็น