Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เนื้อเรื่องย่อ ปลายราชวงศ์หยวนเป็นที่กล่าวขานในยุทธภพว่าหากผู้ใดได้ครอบครองดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าแล้วผู้นั้นจะพบความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในสิ่งล้ำค่าทั้งสอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุทธต่างฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้ามาครอบครอง เตียซำฮงปรมาจารย์สำนักบู๊ตึ๊งมีคำสั่งให้ยู้ไต๋ง้ำศิษย์คนที่สามลงเขาไปช่วยปัดเป่าทุกข์ให้แก่ชาวบ้าน นึกไม่ถึงว่ายู้ไต๋ง้ำต้องเข้าไปพัวพันกับสำนักเกลือสมุทรกับสำนักทรายทะเลซึ่งกำลังแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกันอยู่ จนถูกลอบทำร้ายกลายเป็นคนพิการ เตียชุยซัวศิษย์คนที่ห้าออกตามหาคนร้ายระหว่างทาง เตียชุยซัวได้รู้จักกับฮึงซู่ซู่แห่งสำนักอินทรีย์ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่รักกัน ทั้งสองตระหนักดีว่าธรรมและอธรรมไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้บนดอยราชันย์ในทะเลบูรพา บรรดาชาวยุทธต่างพากันแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกัน เพื่อช่วยชีวิตบรรดาชาวยุทธไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่จึงถูกราชสีห์ขนทองเจี่ยสุ่งจับตัวไปยังเกาะร้าง เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่แต่งงานบนเกาะร้าง ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าเตียบ่อกี้ เตียชุยซัวและเจี่ยสุ่งก็ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน สิบปีต่อมา ทั้งสี่พากันเดินทางกลับสู่จงหยวน นึกไม่ถึงว่าเพราะดาบฆ่ามังกรปรากฏขึ้นในยุทธภพจนเป็นเหตุให้ชาวยุทธต่างเข่นฆ่าแย่งชิงกันเพื่อให้ได้ดาบมังกรมาครอบครอง การแต่งงานของเตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่นำมาซึ่งความบาดหมางระหว่างฝ่ายธรรมและอธรรม เพื่อปกป้องเจี่ยสุ่งพี่ร่วมสาบานเอาไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่ยอมตายโดยไม่ปริปากบอกที่ซ่อนดาบฆ่ามังกร ทั้งสองตัดสินใจฆ่าตัวตาย เตียบ่อกี้ซึ่งยังเยาว์อยู่นั้นเห็น พ่อแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาซ้ำร้ายังถูกสองผู้เฒ่าทมิฬทำร้าย เตียซำฮงพาเตียบ่อกี้เดินทางไปวัดเส้าหลินเพื่อขอยืมคัมภีร์ย้ายเส้นเอ็นขจัดพิษในร่างให้เตียบ่อกี้ ระหว่างทาง ต้องพบกับความเป็นความตายมากมาย เตียบ่อกี้อาศัยความมานะบากบั่นและจิตใจที่ดีงามจนสำเร็จวิชาแพทย์ ทั้งยังสำเร็จวิชาเก้าสุริยันสามารถขจัดพิษในร่างกายได้ นอกจากนี้ยังได้เข้าไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างพรรคมารกับชาวยุทธ จนได้เป็นประมุขพรรคมารในที่สุด ในเวลาเดียวกัน เตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของเตียเมี่ยงองค์หญิงแห่งมองโกล,จิวจี้เยี้ยกหญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน, ฮึงลี้ลูกพี่ลูกน้องและเซียวเจียวสาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร ดาบฆ่ามังกร และกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้พากันตามล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้าย เตียบ่อกี้วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกันเอง ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูกทำลายลงจนปรากฏความลับอันหนึ่ง ภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้า กระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้นฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคมารถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก ดาบมังกรหยก ตอน ประมุขพรรคมาร (อังกฤษ:kung fu colt master) เป็นภาพยนตร์ศิลปะการต่อสู้สัญชาติจีน ในปี ค.ศ. 1993 กำกับภาพยนตร์โดย ว่องจิง โดยดัดแปลงมาจากนวนิยายของกิมย้ง เรื่อง มังกรหยก ภาค 3 ตอน กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร นำแสดงโดย หลี่ เหลียนเจี๋ย, จางเหมี่ยน , หง จินเป่า , ซิว ซู่เจิน , อู๋ เจิ้หวี่ , หลี จือ นักแสดงนำ หลี่ เหลียนเจี๋ย รับบท เตียบ่อกี้ จาง เหมี่ยน รับบท ฮึงซู่ซู่ หลี จือ รับบท จิวจิเยี้ยก ซิว ซู่เจิน รับบท เซียวเจียว หง จินเป่า รับบท จางซานฟง อู๋ เจิ้นหวี่ รับบท เตียชุ่ยซัว ซาน เม้งควน รับบท แม่ชี เหลียง เจียเหยิน เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ “กระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร” 2 ศาสตราวุธที่จอมยุทธ์ ก๊วยเจ๋ง และ อึ้งย้ง ได้สร้างขึ้นมา โดยการนำกระบี่เหล็กนิลของจอมยุทธ์อินทรี เอี้ยก้วย มาหลอมและตีขึ้นใหม่ พร้อมกันนั้นจอมยุทธ์หญิง อึ้งย้ง ได้นำแผ่นเหล็กที่สลักตำราพิชัยสงครามของซุนวูและคัมภีร์เก้าอิมจินเก็งซ่อนไว้ในศาสตราวุธทั้ง 2 ด้วย หลายสิบปีผ่านไป ในปลายราชวงศ์หยวนเป็นที่กล่าวขานในยุทธภพว่า หากผู้ใดได้ครอบครองดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าแล้วผู้นั้นจะพบความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ในสิ่งล้ำค่าทั้งสอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุทธต่างฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้ามาครอบครอง นานเข้าได้มีการแบ่งแยกชาวยุทธออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรกเป็นการรวมตัวของ 6 สำนักใหญ่ในยุทธภพที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายคุณธรรม นำโดย เส้าหลิน, บู๊ตึ้ง, ง้อไบ๊, คุนหลุน, คงท้ง และ หัวซาน ส่วนอีกฝ่ายนำโดยพรรคที่แยกสาขามาจากเปอร์เซีย ในนาม พรรคจรัส หรือที่ถูกเรียกขานในยุทธภพว่าเป็นพรรคมาร ซึ่งพรรคจรัสนี้ทำงานลึกลับและเป็นปรปักษ์ต่อทางการและชาวยุทธฝ่ายคุณธรรม มีศูนย์กลางอยู่ที่ดอยเจิดจ้า โดยมี 4 ผู้คุ้มกฎของพรรค (อินทรีคิ้วขาว, ค้างคาวปีกเขียว, ราชสีห์ขนทอง และ มังกรเสื้อม่วง) ที่ฝีมือเป็นเลิศ คอยดูแลควบคุมพรรค และเมื่อยุทธภพมีการแบ่งแยกกันเช่นนี้ ดังนั้น หากศิษย์ทั้งสองฝ่ายคบหากัน จะมีโทษถึงตาย แต่ปรากฎว่า เตียชุ่ยซัว ศิษย์คนที่ 5 ของนักพรต จางซานฟง แห่งบู๊ตึ้ง ได้ผูกสมัครรักใคร่กับ ฮึงซู่ซู่ บุตรสาวของ อินทรีย์คิ้วขาว ซึ่งเป็น 1 ในผู้คุ้มกฏของพรรคจรัส ซ้ำยังสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับ เจี่ยซุ่น (ราชสีห์ขนทอง) วันหนึ่ง เจี่ยซุ่น ได้ทำการช่วงชิงดาบฆ่ามังกรมาครอบครอง และสังหารชาวยุทธมากมาย เพื่อหลอกล่อให้ เซ่งคุน ปรากฎตัว เนื่องจากต้องการแก้แค้น เซ่งคุน ที่ได้ทำการสังหารครอบครัวของเขาทั้งหมด ดังนั้น เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ทั้ง 3 จึงได้หลบหนีไปยังเกาะร้างแห่งหนึง จนกระทั่ง เตียชุ่ยซัว และ ฮึงซู่ซู่ ได้ให้กำเนิดทายาทเป็นบุตรชายนามว่า เตียบ่อกี้ 10 ปีผ่านไป ในวันเกิดครบรอบ 100 ปีของนักพรต จางซานฟง ทั้ง เตียชุ่ยซัว และ ฮึงซู่ซู่ จึงได้ตัดสินใจพา เตียบ่อกี้ เดินทางกลับจงหยวนเพื่อมาอวยพรวันเกิดของนักพรต จางซานฟง แต่ในระหว่างทาง เตียบ่อกี้ ได้ถูกทำร้ายด้วยฝ่ามือเยือกเย็นจาก 2 ผู้เฒ่าทมิฬ ซ้ำร้ายทั้ง เตียชุ่ยซัว และ ฮึงซู่ซู่ ได้ถูกกลุ่มชาวยุทธจาก 6 สำนักใหญ่กดดันให้บอกที่ซ่อนตัวของราชสีห์ขนทองและดาบฆ่ามังกร แต่ด้วยความมีคุณธรรมและความผูกพันธ์กับ เจี่ยซุ่น จึงทำให้ทั้งคู่ ต้องยอมปลิดชีวิตตนเองเพื่อรักษาความลับที่ซ่อนของ เจี่ยซุ่น เอาไว้ ทำให้ เตียบ่อกี้ กลายเป็นกำพร้าและต้องเก็บกดความแค้นนี้ไว้ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านไป นักพรต จางซานฟง พยายามใช้พลังวัชร์ เพื่อรักษาอาการพิษในร่างกายของ เตียบ่อกี้ มาตลอด แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยับยั้งพิษไว้ ไม่ให้กำเริบมากนัก แต่ไม่สามารถรักษาให้ขาดได้ เพราะมีเพียงพลังเก้าสุริยันของเส้าหลินเท่านั้น ที่จะรักษาอาการพิษเย็นนี้ได้ 7 ปีผ่านไป เตียบ่อกี้ โตเป็นหนุ่มใหญ่ โดยอาศัยอยู่ที่สำนักบู๊ตึ้ง เพื่อหาทางรักษาอากรพิษเย็นในตัว และเนื่องจากพิษเย็นที่อยู่ในตัวนั่นเอง จึงทำให้ เตียบ่อกี้ ไม่สามารถฝึกวิทยายุทธใดๆ ได้เลย นั่นเอง จึงทำให้เขามักจะโดนการรังแกจาก ซ่งแชจือ ศิษย์พี่ใหญ่รุ่นที่ 3 (บุตรของศิษย์พี่ใหญ่รุ่น 1 ซ่งเอี้ยงเกี้ย) อยู่เสมอ เนื่องจากความอิจฉาที่เห็นอาจารย์ปู่ (นักพรต จางซางฟง) และอาจารย์อาทุกคนให้ความรักและเอ็นดูในตัว เตียบ่อกี้ วันหนึ่ง ซ่งแชจือ ได้วางแผนร่วมกับศิษย์คนอื่นๆ และ จิวจี้เยียก ศิษย์จากสำนักง้อไบ๊ กลั่นแกล้งจนเค้าเกิดพลัดตกหุบเขาไปพร้อมกับ เสี่ยวเจียว แต่ดวงยังดีที่พวกเขาไม่ตาย หนำซ้ำยังได้พบกับหัวมังกรไฟที่มีวิชาพลังเก้าสุริยันที่สามารถช่วยให้เตียบ่อกี้หายจากพิษฝ่ามือเยือกเย็น และในระหว่างที่เขาเดินทางไปยังพรรคจรัสเพื่อยับยั้งการต่อสู้กับ 6 สำนักใหญ่ เขาบังเอิญได้ฝึกสุดยอดวิชาพลังเคลื่อนย้ายจักรวาลจนมีพลังยุทธลึกล้ำและได้ขึ้นเป็นประมุขคนใหม่ของพรรคจรัส ในขณะเดียวกัน เตี๋ยเมี่ยง องค์หญิงของแคว้นมองโกลได้เดินทางมายังยุทธภพจงหยวนพร้อมกับลักพาตัวคนของ 6 สำนักใหญ่ ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับสำนักหลังจบศึกกับพรรคจรัส นางทำเพื่อจุดประสงค์อันใด ต้องคอยติดตามกันต่อไปนะฮะ ความรู้สึกหลังดูจบ นี่คือภาพยนตร์จีนอีก 1 เรื่อง ที่ดัดแปลงและตีความใหม่จนแทบจะไม่เหลือเค้าของบทประพันธ์เดิมเลย นอกจากโครงเรื่องหลักที่ยังพอมีส่วนคล้ายๆ กับต้นฉบับอยู่บ้าง แต่ในส่วนของรายละเอียดและบุคลิกนิสัยของตัวละครทั้งหมด แทบจะไม่ได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับเลย แถมยังมีการใส่มุขตลกเข้าไปในหลายๆ ฉากอีกด้วย ในเวอร์ชั่นนี้ เราจะได้เห็นการตีความให้ เตียบ่อกี้ มีนิสัยที่ค่อนข้างเจ้าคิดเจ้าแค้น มีความทะเยอทะยาน และแข็งกร้าวอยู่พอสมควร ซึ่งตรงนี้ ค่อนข้างแตกต่างจากบทประพันธ์เดิมที่ เตียบ่อกี้ จะเป็นคนที่มีคุณธรรมสูงและมีนิสัยอ่อนโยน ในส่วนของ ซ่งแชจือ และ จิวจี้เยียก ถูกตีความให้กลายเป็นตัวร้าย ที่ร้ายแบบแค่โผล่มาฉากแรกก็รู้เลยว่า นี่คือตัวร้ายของเรื่อง ร้ายแบบที่ไม่น่าจะมีความดีเหลืออยู่ในตัวเลย (ถ้าเป็นหนังไทย น้องจี้เยียก อาจจะเดินตลาดในหน้าทุเรียนลำบากแน่ๆ) บทของ เสี่ยวเจียว เวอร์ชั่นนี้ ถูกให้ความสำคัญค่อนข้างมาก มีบทบาทเยอะมาก และที่สำคัญ ซิวซู่เจิน ในบท เสี่ยวเจียว เรื่องนี้ น่ารักมากกกกกกกกกก ส่วน เตี๋ยเมี่ยง ยังไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก เพราะออกมาแค่ช่วงท้ายเท่านั้น แต่ด้วยคอสตูมและการแสดงของ จางเหมี่ยน นั้น เรียกได้ว่านี่เป็นตัวละครที่ทำออกมาได้ใกล้เคียงบทประพันธ์กับที่สุดแล้ว (วัดเฉพาะตัวละครในเรื่องนี้เท่านั้นนะฮะ) ในส่วนของฉากแอ็คชั่น ก็สนุกสนานตามสไตล์หนังฮ่องกงในยุคนั้น มีการใช้เอฟเฟกต์ปล่อยแสงปล่อยพลังมากมาย แต่เดิมคาดว่า ภาพยนตร์ชุดนี้ถูกวางไว้ให้เป็นไตรภาคแน่ๆ (เพราะหนังจบ แบบยังไม่จบ) แต่ออาจจะด้วยกระแสตอบรับที่ไม่สู้ดีนัก โครงการภาคต่อจึงอาจจะโดนพับเก็บไปในที่สุด ก็ถือว่าน่าเสียดายเหมือนกันนะ สรุป >> หนังทำออกมาได้สนุกในระดับนึง ฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ ตามสไตล์ หงจินเป่า แต่จงอย่าเอาไปเทียบกับเวอร์ชั่นทีวีหรือบทประพันธ์เลยเชียว เพราะความสนุกจะหายไปทันที

Thai HD
6.4 /10

แสดงความคิดเห็น