Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

The Laundromat ซัก หลบ กลบ ฟอก หนังของผู้กำกับ Steven Soderbergh (จาก Ocean’s Twelve) เล่าเรื่องราวของคดีสะท้านโลก “ปานามาเปเปอร์” ซึ่งเป็นเอกสารลับรายชื่อลูกค้าของบริษัท ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ที่ทำธุรกิจเปิดบริษัทบังหน้าให้เศรษฐีทั่วโลกเพื่อให้เลี่ยงภาษีในแต่ละประเทศ โดยมีหญิงหม้ายคนหนึ่งไล่ตามสืบเรื่องราวทุจริตของบริษัทนี้ หลังจากโดนเบี้ยวไม่ได้เงินประกันชดเชอยเยียวยาอุบัติเหตุเรือล่มที่ทำให้สามีของคุณเสียชีวิต นี่เป็นหนังที่เล่าเรื่องการกำเนิดบริษัท ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ที่มี 2 ทนายความ “มอสแซค” ที่เล่นโดย Gary Oldman กับ “ฟอนเซกา” Antonio Banderas ร่วมกันสร้างธุรกิจรับเปิดบริษัทบังหน้านอกประเทศที่เรียกกันว่า “เปลือก (Shell)” ช่วยเหลือเศรษฐีทั่วโลกเลี่ยงภาษี ฟอกเงิน หาทางทำกำไรจากช่องว่างกฎหมาย โดยที่เขาทั้งคู่ยืนกรานว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผลกระทบจากวิธีซิกแซกของพวกเขาก็ทำให้มีผู้กลายเป็นเหยื่อในโลกอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือหญิงหม้าย Elena (เมอรีล สตีฟ) ที่สามีตายแล้วไม่ได้รับเงินชดเชยโดยตรงจากบริษัทประกัน เพราะเหตุว่าบริษัทพวกนี้โยนความรับผิดชอบส่งต่อไปให้บริษัทเปลือกที่เกิดจาก ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ นั่นเอง ทำให้คุณต้องตามสืบความฉ้อฉลในคราวนี้ด้วยตนเอง แต่อย่าพึ่งเข้าใจว่า The Laundromat เป็นหนังสารคดีนะครับ เพราะนี่เป็นหนังจริงๆ เพื่อให้ความสำราญใจล้วนๆ แค่อ้างอิงเรื่องจริงจากคดี “ปานามาเปเปอร์” มาย้อนรอยให้มองว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ จะถูกเปลือยล่อนจ้อนทั่วโลกขนาดนั้น ซึ่งตัวละครหลักมีตัวตนจริง แต่ไม่ได้ออกมาเล่าเรื่องราวตามที่เห็นในหนัง ซึ่งสูตรถนัดของผู้กำกับ Steven Soderbergh ที่ใช้ประจำอยู่แล้ว กับการตัดฉากคั่นให้ตัวละครหลักมาเล่าเรื่องให้ย่อยง่ายขึ้นอีกชั้น จึงไม่ต้องกลัวว่าจะงงกับเรื่องราวเส้นทางการเงินซับซ้อนในคดี เพราะหนังทำให้เข้าใจง่าย แถมออกจะขำๆ กับการเปรียบเทียบต่างๆ ด้วยคำเปรียบเปรยตลกๆ อย่างเงิน คือ กล้วยหรือวัวที่แลกกันในอดีต ตลอดเรื่องทั้งมอสแซคกับฟอนเซกาจะออกมาเล่าถึงช่วงเวลาต่างๆ ของบริษัทในแบบที่ดูชิลๆ เหมือนเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำกันไม่เห็นจะผิดตรงไหน พร้อมตัดสลับกับเรื่องราวของ Elena แทรกเผ่านา ซึ่งคุณเป็นเหยื่อโดยตรงจากธุรกิจของพวกเขา ซึ่งก็เป็นมุมที่น่าเห็นอกเห็นใจจากคนตัวเล็กๆ ที่พยายามสู้กับSystemใหญ่โตของชนชั้นสูงที่แอบทำกันมา จนเป็นเเรื่องปกติที่ไม่ปกติในมุมของชนชั้นล่างที่กลายเป็นทาสกดขี่โดยไม่รู้สึกตัว หนังทำให้คิดว่าคุณพยายามขุดคุ้ยบริษัทนี้สุดกำลัง แม้จะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้มากเพราะว่าเป็นบริษัทใหญ่ระดับโลกที่รองรับเศรษฐี นักการเมืองชั้นสูงของทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่จีนที่ว่าเข้มงวดเรื่องพวกนี้หนักหนาขนาดมีโทษประหารชีวิตก็ยังมีพวกไปใช้บริการแบบงี้จนได้ ซึ่งหนังจะพาไปให้เห็นลูกค้าของ มอสแซค ฟอนเซกา ในหลายประเทศหลากรูปแบบทั้งที่ทำธุรกิจขาวสะอาดก็ยังต้องมาใช้บริการเพราะเหตุผลส่วนตัวบางสิ่งบางอย่าง และแม้แต่พวกที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมก็เช่นเดียวกัน ซึ่งตัวมอสแซคกับฟอนเซกาจะยืนกรานว่าตัวเองเป็นแค่ทางผ่าน ไม่ได้มีส่วนร่วมรู้เห็นอะไรก็ตามกับลูกค้าทั้งสิ้น (และไม่อยากรับรู้ด้วย) สุดท้ายบริษัท ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ที่เปิดมา 25 ปีก็มาล่มเพราะความลับของลูกค้าถูกเปิดเผยเป็นเอกสารครั้งยิ่งใหญ่ต่อสาธารณชน หนังจบด้วยการเฉลยเรื่องราวที่มาของการเปิดเผยนี้ว่าเป็นใคร ซึ่งก็เป็นเรื่องราวที่แต่งเติมขึ้นมาให้สมกับเป็นหนังแค่นั้นแต่ก็มีการอ้างอิงว่าคำพูดมาจากแถลงการณ์ของ John Doe’s บุคคลนิรนามที่ส่งเอกสารให้กับสื่อนั่นเอง พร้อมกับเฉลยผู้ร้ายตัวจริงในเรื่องว่าเป็นใคร ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้วแต่ทำอะไรไม่ได้นั่นเอง นี่เป็นหนังที่เนื้อหาหลักจากเรื่องจริงดูจะเข้าใจยากซับซ้อนเต็มไปด้วยภาษากฎหมาย แต่หนังทำออกมาย่อยง่ายดูเพลินๆ มีตลกเสียดสีตลอดเวลา พร้อมด้วยเคสประกอบลูกค้าของ ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ที่ออกฮาๆ แปลกๆ เกินกว่าที่เราคิดว่าปัญหาของคนรวยจะมีอย่างงี้ด้วย ดาราหลักรุ่นใหญ่ทั้ง 3 คนก็เล่นได้ดี และยังรวมดาราดังไว้เยอะมากตามสูตรของผู้กำกับคนนี้ (แต่มีบทออกมาน้อย) แม้นี่จะเป็นหนังฟอร์มเล็กที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีความน่าสนใจเฉพาะทางในตัวเรื่องราว ซึ่งถ้าให้เราไปอ่านไล่ประวัติคดีนี้เองก็คงงงและน่าเบื่อสุดๆ แน่ ก็แค่หนังออกจะดูเรียบๆ ไม่ได้หวือหวามีฉากใหญ่โตหรือช่วงกดดันในเรื่องราวเลยแม้แต่น้อย ทั้งเรื่องดูชิลๆ ไปหมด เลยอาจจะเปลี่ยนเป็นหนังที่ดูและก็จบไม่ได้จดจำอะไรอย่างมากนัก

Soundtrack(T) FullHD
6.3 /10

แสดงความคิดเห็น