Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

ย้อนไปไกลในสมัยที่คนขาวยังไม่ได้ยึดที่อเมริกาอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าผู้มาใหม่ หรือคนที่จับจองอยู่แต่เดิม ต่างก็ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอดบนแผ่นดินแห่งนั้น คนขาวคือผู้มาใหม่ที่เฝ้าจับจองและตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดินใหม่ แต่ก็ใช่จะทำได้โดยง่ายเมื่อผู้จับจองเจ้าของเดิมก็ไล่ล่าพวกเขาอยู่เช่นกัน ความขัดแย้งที่มีเรื่อยมาทำให้โลกของพวกเขาไม่ง่าย และมีคนล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ จนกลุ่มของพวกเขาเล็กลงทุกที เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดพลันเกิดขึ้นกับ ฮิวจ์ แกลส (Leonardo DiCaprio) เขาถูกหมีกรีสลีโจมตีจนบอบช้ำหนักปางตาย ในที่สุด เขาก็โดนเพื่อให้นร่วมทีมอย่าง จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ (Tom Hardy) ทิ้งไว้กลางป่า แถมยังฆ่าลูกชายตายไปต่อหน้าเสียอีก ไฟแค้นสุมอก แต่เขายังไม่ตาย… ตัวอย่างที่ 1 ‘ต้องรอด’ [ซับไทย] ตัวอย่างที่ 2 ‘ต้องรอด’ [ซับไทย] เหตุการณ์ที่เหลือของเรื่องราวคือการเดินทางกลางป่าเพื่อให้กลับมาแก้แค้น.. กลางภูมิอากาศที่โหดร้ายหนาวสุดขั้ว ท่ามกลางหมู่มวลศัตรูที่ลอบรังควานได้ตลอดเวลา เขา “ต้องรอด” สถานเดียวเพื่อให้ทำภารกิจเดียวนี้ให้สำเร็จ รีวิว วิจารณ์หนัง ‘The Revenant ต้องรอด’ เปลี่ยนเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว สำหรับลีลาการเล่าที่ดุดัน และการถ่ายภาพที่ใช้วิธีการวนกล้องไปมา แม้ไม่ถึงกับใช้เทคนิคลองเทค แต่งานภาพก็มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ส่วนงานดนตรีประกอบก็เท่และติสต์อย่าบอกใครเช่นกัน ‘ต้องรอด’ เด่นที่งานภาพและงานเสียง มันคือเรื่องราวที่ถ่ายทอดโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ของนักล่าขนสัตว์ที่ถูกทิ้งให้ตายอยู่กลางป่า แต่กลับรอดชีวิตเพื่อให้กลับมาแก้แค้น ที่ถูกเล่าด้วยงานภาพที่เน้นแสงธรรมชาติ และเป็นแสงธรรมชาติที่ “โคตรน้อย” ภาพจึงชอบดูมืดๆ มัวๆ อยู่ตลอดเวลา จำเป็นเป็นอย่างมากที่จำเป็นต้องรับชมผ่านโรงภาพยนตร์ที่ฉายภาพออกมาชัดเจนและไม่ปรับแสงให้มืดจนเกินไป เพราะมันจะยิ่งทำให้มองภาพได้ยากยิ่งขึ้น มุมมองของการถ่ายภาพของ ‘The Revenant’ ดูจะเน้นภาพมุมกว้างเสียเป็นส่วนใหญ่ นัยว่าต้องการให้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ป่าเขา แมกไม้ ทำให้รู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งดูชีวิตของพวกเขาในป่าจริงๆ ขณะที่บางช่วงแสนหนาวเหน็บ มีหิมะโปรยปรายตลอดทาง ดูไปก็ยังรู้สึกหนาวไปด้วยเลยครับ The Revenant ต้องรอด ฉากการต่อสู้ก็ใช้มุมกล้องที่กวาดแกว่งไปมาและซูมเข้าใกล้ตัวละครให้มากที่สุด จนเหมือนเราจะคลุกอยู่ในวงล้อมของการตีรันฟันแทงนั้นด้วยอีกต่างหาก ทำให้หนังดูมีความ “จริง” มากจนเชื่อสนิทใจว่ามันเป็นเรื่องจริง เสียวไส้ไปกับฉากต่อสู้ที่น่าหวาดเสียว เลือดที่ไหลนอง และแผลที่เหวอะหวะ ขณะที่ดนตรีประกอบก็ใช้หลัก “ทำน้อยได้มาก” ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้น เล่นไม่ต้องมาก ไม่ต้องดังตลอดเวลา แต่กดดันให้ขึ้งเครียดได้อย่างน่าแปลก ประกอบกับการเก็บเสียงประกอบที่แจ่มชัดและเซอร์ราวด์ ทำให้ประสบการณ์ของการรับชมในแบบ IMAX … คืออะไรที่ดีที่สุดสำหรับหนังเรื่องนี้ เรื่องราวอาจดูเบาๆ แต่เล่าเรื่องหนักมาก อ่านดูจากเรื่องย่อก็อาจพบว่ามันคือหนังของพ่อที่ล้างแค้นให้ลูกเรื่องหนึ่ง จริงๆ เรื่องราวมันก็ประมาณแค่นั้นแหละ แต่ทกล่าวถึงพลังของงานภาพที่อลังการและสวยงาม หนังใส่ทุกจุดที่คนเจ็บหนักแต่ต้องการล้างแค้นควรจะมี ไหนจะพลังของเสียงดนตรีประกอบที่ช่วงสร้างความกดดันนั่นอีกเล่า แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน เมื่อหนังหันไปให้ความสำคัญกับงานด้านภาพและเสียง มันก็ทำให้เรานั่งดูหนังด้วยความตื่นตาสนใจในงานภาพจนไม่ได้โฟกัสกับสิ่งที่ตัวละครสนทนากันเท่าไหร่ รึจริงๆ หนังเองก็ไม่ได้เล่าอะไรที่ชัดเจนพอ จนเรามองไม่เห็นมุมอื่นนอกจากการมีชีวิตให้รอดเพื่อให้กลับไปแก้แค้น เพียงเท่านั้น… ทำให้การเล่าเรื่องแสนหนักหน่วงจนกลบความเบาของเรื่องราวไปเลย การแสดงที่คู่ควรออสการ์ของ ลีโอนาร์โด พลังการแสดงของ Leonardo DiCaprio ที่หนังให้เวลากับตัวละครของเขาแทบจะทั้งเรื่อง และเขาก็ทำได้ทุกอย่าง ทั้งคลุกดินเปื้อนโคลน โดนหมีฟัดจนเละร่างเต็มไปด้วยแผลสยดสยอง ประคับประคองร่างกายจนถึงวันล้างแค้น มันอาจจะดูว่าไม่ได้มีอะไรที่สูงส่งเป็นพิเศษ แต่เมื่อนับถึงความตั้งอกตั้งใจในการทำงาน เขาเต็มร้อยอย่างน่าทึ่ง เมื่อต้องรับหน้าที่คนบาดเจ็บหนักที่ต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อให้ให้ได้แก้แค้นแทนลูก ทำให้คิดได้ว่า มันอาจจะถึงเวลาสักทีของชายคนนี้รวมทั้งได้ The Revenant ต้องรอด มันเป็นความใฝ่ฝันที่เปลี่ยนเป็นจริงของชายหนุ่มน้อยคนที่วันหนึ่งเคยเป็นชายหนุ่มน้อยโรมีโอใน ‘Romeo + Juliet’ เป็นชายหนุ่มมาดมีเสน่ห์ แจ็ค ดอว์สันใน ‘Titanic’ เป็นนักต้มตุ๋นใน ‘Catch Me If You Can’ เป็นนักโจรกรรมความฝันใน ‘Inception’ ชายหนุ่มหล่อสุดรวยใน ‘The Great Gatsby’ และยังอีกหลายต่อหลายหน้าที่ แต่เขาคือชายชายหนุ่มคนที่เข้าชิงออสการ์ในฐานะผู้แสดงนำชายมา 5 ครั้ง แต่ผิดหวังเรียบวุธ คราวนี้จะเป็นครั้งที่หก

Thai FullHD
0 /10

แสดงความคิดเห็น