Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ แอนดี้ ดูเฟรนส์ (ทิม ร็อบบินส์) นายธนาคารหนุ่มที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชายชู้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แอนดี้มั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนกระทำจริง แต่หลักฐานทั้งหมดชี้นำมาที่เขา เขาจึงต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำชอว์แชงค์ ในปี ค.ศ. 1947 ช่วงแรกที่เข้ามาแอนดี้เป็นคนเงียบและเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แอนดี้ใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเอ่ยปากพูดกับใคร คนที่เขาพูดด้วยคนแรกคือ เอลลิส บอยด์ "เรด" เรดดิง (มอร์แกน ฟรีแมน) นักโทษผิวสี ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตและอยู่ในชอว์แชงค์มา 20 ปีแล้ว ด้วยความที่เรดอยู่ในเรือนจำแห่งนี้มานานเขาจึงมีสิทธิพิเศษเล็กน้อยที่จะสามารถหาหาของจากภายนอกเข้ามาในคุก อาทิ บุหรี่ รูปดาราสาวหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ เรดเป็นคนที่หาสินค้าข้างนอกมาได้ และสิ่งที่แอนดี้ขอจากเรดคือค้อนแกะสลักหิน 6-7 นิ้ว เพื่อมาแกะสลักหินที่งานอดิเรกของตนเนื่องจากดูเฟรนส์เป็นคนที่ชอบการแกะสลัก ในตอนแรกเรดกลัวจะเกิดปัญหาถ้าพัสดีคิดว่ามันเป็นอาวุธได้แต่เมื่อของที่แอนดี้ต้องการมาถึงเรดถึงกับต้องขำเพราะหาใช้ค้อนสลักหินในการแหกคุกคงใช้เวลาร่วมร้อยปี แอนดี้เป็นคนมีความรู้ จนวันหนึ่งเขาได้ช่วย ผู้คุมแฮดเล่ย์ (แคลนซี่ บราวน์) ในการหลีกเลี่ยงภาษีสุดโหดจากรัฐบาล ความสามารถของแอนดี้รู้ไปถึงหูของ พัสดีนอร์ตัน (บ็อบ กันทอน) แอนดี้ได้ถูกเปลี่ยนตำแหน่งงานในคุกและทำงานใกล้ชิดกับพัสดีนอร์ตันเพื่อดูแลทางด้านบัญชี แอนดี้ช่วยพัสดีนอร์ตันในการฟอกเงินที่ได้มาจากการทุจริต เขาเปลี่ยนจากเงินสกปรกให้เป็นเงินที่สะอาดและถูกต้อง โดยแอนดี้ได้สร้างคนสมมุติขึ้นมาคนหนึ่ง "เรนดัล สตีเวนส์" เพื่อใช้ในการฟอกเงินแต่นั่นกลับมีชีวิตโลดแล่นอยู่จริง มีเลขบัตรประกันสังคม มีบัญชีในธนาคาร และมีชื่อในฐานะผู้เสียภาษีให้กับรัฐบาล ทำให้การสาวความผิดไม่มีทางถึงตัวแอนดี้และพัสดีนอร์ตันอย่างแน่นอน ชีวิตในคุกของแอนดี้เหมือนไปได้สวยมากกว่าตอนแรกที่เข้ามาอยู่ จนวันหนึ่งในปี ค.ศ. 1965 มีน้องใหม่เข้ามา ทอมมี่ วิลเลี่ยมส์ (กิล เบลโลวส์) เด็กหนุ่มที่ติดคุกหลายแห่งเพราะคดีลักเล็กขโมยน้อย ทอมมี่ได้เล่าเรื่องราวการติดคุกในแต่ละที่ให้ฟังจนวันหนึ่งความจริงที่น่าตกใจ ทอมมี่เล่าว่ามีเพื่อนร่วมห้องคนนึง ได้ฆาตกรรมภรรยาของนายธนาคารและชู้ของมันแต่ว่าสามีกลับรับเคราะห์แทน แอนดี้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ตนจะได้รับความยุติธรรม แอนดี้จึงไปหาพัสดีนอร์ตันและเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังหวังเพื่อจะรื้อคดีกลับมาพิจารณาใหม่ แต่คำขอนั้นกลับถูกปฏิเสธ พัสดีนอร์ตันไม่มีทางให้คนที่รู้การโกงกินและการฟอกเงินของตัวเองออกไปสู่โลกภายนอกได้ พัสดีนอร์ตันจัดการปิดปากและฆ่าทอมมี่เพื่อดับความหวังครั้งสุดท้ายของแอนดี้ แอนดี้รู้สึกว่าความอยุติธรรมที่ได้รับมันมากพอแล้ว เขาได้บอกเรดเพื่อนรักของเขาว่าต้องพยายามที่จะอยู่ให้ได้หรือไม่ก็พยายามที่จะตาย ในวันรุ่งขึ้น แอนดี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากเรือนจำชอว์แชงค์ทำให้พัสดีที่มาตรวจห้องขังแอนดี้ด้วยอาการหัวเสีย รื้อค้นจนทั่วพบว่ามีรูขนาดใหญ่ลอดผ่านได้อยู่หลังโปสเตอร์ดาราสาวแผ่นใหญ่ในห้องแอนดี้ รูนั้นต่อตรงสู่ท่อระบายน้ำทิ้งและออกสู่โลกภายนอกนอกเรือนจำ แอนดี้ใช้เวลาที่เขาติดคุกทั้งหมด 19 ปี ในการขุดรูนั่นด้วยค้อนสลักหินที่เขาได้มาเมื่อสองเดือนแรกของการอยู่เรือนจำ ทั้งเรือนจำจึงได้รับรู้ความจริงที่น่าตะลึงว่าแอนดี้แหกคุกออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว ในรุ่งเช้าหลังจากนั้นมีแอนดี้ได้ตระเวณไล่ถอนเงินฝากของพัสดีนอร์ตันที่มีอยู่ทุกๆธนาคารที่เขาฝากไว้ในรูปชายหนุ่มที่ชื่อว่า "เรนดัล สตีเวนส์" ด้วยบัตรประชาชนที่เขาทำขึ้นจนหมดเกลี้ยง แอนดี้ใช้นามที่เขาเสกขึ้นมาทำให้มันมีตัวตนจริงๆที่กลายเป็นเขา นอกจากนั้นเขายังส่งหลักฐานการทุจริตติดสินบนต่างๆของพัสดีนอร์ตันให้กับสำนักพิมพ์พอร์ตแลนด์ เดลี่บูเกิ้ล จนพัสดีนอร์ตันยิงตัวตายเพื่อหนีความผิดในห้องทำงานของตนเอง เรดพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าในการขออนุมัติทัณฑ์บนแต่ต้องผ่านพ้นไปอย่างสูญเปล่าจนเริ่มทำใจแล้วว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้ออกไปเห็นแสงสว่างนอกเรือนจำอีก แต่ทว่าการมาถึงของแอนดี้ ชายหนุ่มผู้เก็บงำจุดมุ่งหมายบางอย่างไว้ในใจตลอดเวลา ก็ทำให้เรดได้เห็นคุณค่าของการมีความหวังอีกครั้ง ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง (ชื่ออังกฤษ: The Shawshank Redemption) ภาพยนตร์อเมริกัน แนวดราม่า ที่ออกฉายในปี 1994 (พ.ศ. 2537) กำกับการแสดงโดย แฟรงก์ ดาราบอนต์ ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา สร้างจากเรื่องสั้นของสตีเฟน คิง นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน เรื่อง Rita Hayworth and Shawshank Redemption ในปี ค.ศ. 1982 นำแสดงโดย ทิม ร็อบบินส์ แสดงเป็นแอนดี้ ดูเฟรย์ และ มอร์แกน ฟรีแมน แสดงเป็น เอลลิส บอยด์ "เรด" เรดดิง ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวเกือบ 2 ทศวรรษของแอนดี้ในคุกชอว์แชงค์และมิตรภาพกับเรด รวมถึงเรื่องราวชีวิตสะเทือนอารมณ์ของผู้คนในเรือนจำชอว์แชงค์ เบื้องหลังและรางวัล The Shawshank Redemption เป็นภาพยนตร์ดราม่า กำกับการแสดงและเขียนบทภาพยนตร์โดย แฟรงค์ ดาราบอนต์ สร้างจากเรื่องสั้นของสตีเฟน คิง นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน เรื่อง Rita Hayworth and Shawshank Redemption ในปี ค.ศ. 1982 ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นผลงานภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกในชีวิตผู้กำกับของดาราบอน (ก่อนหน้านั้นดาราบอนเคยสร้างภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Woman in the Room สมัยเป็นนักศึกษา ซึ่งสร้างจากเรื่องสั้นของสตีเฟ่น คิงเช่นกัน) โดยสตีเฟน คิงตัดสินใจให้สิทธิ์ขายในราคา 1 ดอลลาร์ ดาราบอนต์และนิกิ มาร์วิน (ผู้อำนวยการสร้าง) ใช้เวลา 5 เดือนตระเวนไปทั่วอเมริกาเพื่อหาสถานที่สำหรับถ่ายทำ จนไปเจอทัณฑสถานแมนส์ฟิลด์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งหลังจากใช้งานมากว่า 100 ปีก็ถูกสั่งปิดไปในปี ค.ศ. 1990 หลังจากนั้นก็ปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้ดูเป็นคุกที่แออัดและเหมาะสำหรับการถ่ายทำ โดยใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 5 เดือน ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากมายเมื่อเข้าฉาย ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงชายยอดเยี่ยม (มอร์แกน ฟรีแมน), บทดัดแปลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, เพลงสกอร์ยอดเยี่ยม และเสียงยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้รับรางวัลใดๆ เลย และต้องพ่ายให้กับภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump ที่กวาดรางวัลในปีนั้นไป หลังจากประสบความสำเร็จมากแล้วอย่างมากมายกับภาพยนตร์เรื่องนี้ แฟรงค์ ดาราบอนต์ ผู้กำกับเองก็มีผลงานภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ในปี ค.ศ. 1999 กับเรื่อง The Green Mile ซึ่งสร้างจากนวนิยายของสตีเฟ่น คิงและเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับนักโทษอีกเช่นกัน The Shawshank Redemption ได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส (IMDB) ให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอันดับ 1 จาก 250 อันดับ ถึง 9.3 คะแนนเต็ม “นกบางตัวไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง ขนของพวกมันสดใสเกินไป” เสียงบรรยายของ มอร์แกน ฟรีแมน ในบท เรด นักโทษที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับคุกชอว์แชงก์ คือประโยคที่เรารู้สึกว่าใช้สรุปชีวิตของ แอนดี้ ดูเฟรนส์ (ทิม ร็อบบินส์) จาก The Shawshank Redemption ของผู้กำกับ แฟรงก์ ดาราบอนต์ ที่เข้าฉายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กันยายน ปี 1994 ได้ดีที่สุด แต่แอนดี้นั้นแตกต่างออกไป เพราะเขาเป็นนกที่มีขนสวยงามสดใส มีจิตใจที่แน่วแน่ ไม่ยอมแพ้ผลัดขนและเปลี่ยนตัวตนเป็นอื่น แม้จะเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมาย ถูกทำร้ายอยู่หลายครั้ง แต่แอนดี้ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบปากสงบคำ ค่อยๆ ผูกมิตรและใช้ความสามารถของตัวเองคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเรือนจำอยู่เสมอ ไปพร้อมๆ กับการทำภารกิจลับด้วยความอดทน และไม่เคยสูญสิ้นความหวังในการมีชีวิต และยังหยิบยื่นความชุ่มฉ่ำในชีวิตให้กับชายฉกรรจ์ที่หัวใจแห้งแล้งด้วยเบียร์เย็นๆ ที่ไม่ได้ลิ้มรสมานาน เพราะเขารู้ดีว่าความสุขแม้เพียงเล็กน้อยนั้นมีค่ามากแค่ไหนกับชีวิต แอนดี้ ดูเฟรนส์ คือนายธนาคารที่ถูกตัดสินโทษให้จำคุกตลอดชีวิต ในความผิดฐานฆาตกรรมภรรยาและชายชู้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำ แต่เมื่อหลักฐานทุกอย่างบ่งชี้ เขาก็ทำได้เพียงก้มหน้าสงบตาปากสงบคำยอมรับคำตัดสิน แต่ลึกๆ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ที่ของเขา ท่ามกลางเหล่า ‘นก’ ที่ถูกจับมาขังอยู่ใน ‘กรง’ แห่งเรือนจำชอว์แชงก์ร่วมกัน ในขณะที่นกส่วนมากเริ่มสิ้นหวัง ขนที่เคยสวยงามค่อยๆ เปลี่ยนสี บางตัวก็ผลัดขนจนตัวโกร๋น และลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยมี ‘อิสระ’ ในการใช้ชีวิตมากแค่ไหน ตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ใช้ชีวิตในเรือนจำ มีเรื่องราวที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์และ ‘ฉากจำ’ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งฉากดื่มเบียร์ฟังเพลงจากแผ่นเสียงบนดาดฟ้า, ค้อนแกะสลักในคัมภีร์ไบเบิล, ภาวะรับมือกับโลกภายนอกไม่ถูกของนักโทษอาวุโส, ภาพดาราสาวบนฝาผนัง, การล้างแค้นพัศดีที่เคยกดขี่, ชีวิตที่ไม่เคยสิ้นหวังบนโลกที่โหดร้าย และอิสรภาพกลางสายฝน กรงขังแห่งนี้ได้ยึดครองอิสรภาพของผู้คนที่เคยเป็นนกน้อยที่แสนเสรีเอาไว้มากมาย หลายคนเลือกทำตัวเลวร้าย หลายคนเฉยชากับทุกสิ่ง รวมทั้ง บรูก นักโทษที่เพิ่งได้รับอิสรภาพในวันที่ร่างกายแก่ชรา กลายเป็นนกปีกอ่อนแรง ไม่สามารถบินอยู่ท่ามกลางแรงลมของโลกที่เปลี่ยนแปลง จนสุดท้ายเขาต้องตัดสินใจ ‘หยุดบิน’ พร้อมความคิดน่าเศร้าที่ว่า เขาคิดถึง ‘กรง’ ที่เคยจองจำตัวเขาเอาไว้เหลือเกิน ในวันที่ชีวิตกลับมาอิสระและออกโบยบินได้อีกครั้ง แอนดี้ก็ยังไม่ลืมเรด เพื่อนสนิท นกที่เริ่มผลัดขน ปีกเริ่มอ่อนแรง เขารู้ดีกว่าหากปล่อยเอาไว้แบบนี้ มีโอกาสสูงมากที่เรดจะหยุดบินแบบที่บรูกเคยเป็น รีบชักชวนให้เรดมาอยู่ด้วยกันในวันที่ได้รับอิสระ แน่นอนว่านกชราตัวนี้ยินดีที่อย่างยิ่งจะได้โบยบินขึ้นอีกครั้ง เพราะรู้ดีแล้วว่า พวกเขาไม่ใช่นกที่เกิดมาเพื่ออยู่ในกรง! มีเรื่องน่าแปลกเกิดขึ้นในปีที่เข้าฉายคือ ทุกคนที่ได้ดูพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า The Shawshank Redemption คือภาพยนตร์ชั้นดี (และควรได้รางวัลออสการ์ ถ้าไม่ต้องไปเจอกับคู่แข่งของแข็งอย่าง Forrest Gump) แต่เมื่อจบโปรแกรมฉาย กลับทำเงินไปได้แค่ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ทุนสร้าง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ก่อนที่กระแสความนิยมของภาพยนตร์จะเริ่มขึ้นอีกครั้งในฐานะ ‘วิดีโอ’ ที่มีคนเช่ากลับไปดูมากที่สุดในปี 1995 พร้อมกับการมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา รวมทั้งรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ฯลฯ แต่ไม่สามารถคว้า ‘ตุ๊กตาทองคำ’ มาครองได้แม้แต่สาขาเดียว ถ้ามองตามสถิติที่เกิดขึ้น The Shawshank Redemption อาจเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และรางวัลการันตี แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้ามองในด้านการสร้างแรงบันดาลใจและพยายามย้ำบอกให้ทุกคนรู้ว่า แม้กระทั่งในสถานที่ที่มืดมนที่สุด แต่ทุกชีวิตก็ยังคงมีความหวัง ก็นับว่า The Shawshank Redemption ได้ทำหน้าที่ของงาน ‘ศิลปะ’ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

Thai HD
9.3 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ