Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ (ญี่ปุ่น: かぐや姫の物語 โรมาจิ: คะงุยะฮิเมะ โนะ โมะโนะกะตะริ แปล: ตำนานธิดาคะงุยะ) เป็นภาพยนตร์อนิเมะแนวแฟนตาซีดรามา ผลิตโดยสตูดิโอจิบลิ กำกับและร่วมเขียนบทโดยอิซะโอะ ทะกะฮะตะ โดยอาศัยเค้าโครงจากตำนานคนตัดไผ่ ซึ่งเป็นตำนานพื้นเมืองของญี่ปุ่น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลครั้งที่ 87 ภาพยนตร์เรื่องนี้เดิมมีกำหนดการเข้าฉายในฤดูร้อนของปี 2556 ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกันกับภาพยนตร์อนิเมะของสตูดิโอจิบลิอีกเรื่องที่กำกับโดยฮะยะโอะ มิยะซะกิ คือเรื่อง ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสตูดิโอที่มีการปล่อยผลงานของสองผู้กำกับออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันนับตั้งแต่ โทโทโร่เพื่อนรัก กับ สุสานหิ่งห้อย ในปี 2531 อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 บริษัทโทโฮซึ่งเป็นผู้จำหน่ายและเผยแพร่ก็ได้ติดสินใจเลื่อนการฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ออกไปเป็นในฤดูใบไม้ร่วง 2556 แทน โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับบทภาพที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ” พอได้ยินว่านี่จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิก็ใจหายวูบ (มีคนบอกว่ายังไม่ใช่เรื่องสุดท้าย และ Ghibli ยังไม่ปิดถาวร แต่หยุดพักเพื่อ Restructuring อนาคตยัง unknown 6/1/15) จะไม่มีอีกแล้วจริงๆ เหรอ! เศร้าอีกแล้ว แต่ก็หวังว่าคงจะมีผลงานดีๆ จากคนเจ๋งๆ หน้าใหม่แจ้งเกิดในวงการ สำหรับตำนานเรื่องเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ ดูจบรู้สึกงงๆ ผ่านมาสักพักใหญ่ๆ ก็มีไอเดียแว่บเข้ามา ชวนให้นึกถึง Aurora เจ้าหญิงนิทรา จากเรื่อง Maleficent รู้สึกว่ามีธีมบางอย่างที่สะท้อนกันอยู่ เลยลองเขียนวิเคราะห์ดู อารมณ์เขียนไปวิเคราะห์ไปไหลไปตามเนื้อเรื่อง เฉกเช่นเดียวกับตำนาน นิทาน ต่างๆ สิ่งล้ำค่ามักถูกพบเจอในป่าลึก magical forest, dark forest หรือในเรื่องนี้คือป่าไผ่ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจิตไร้สำนึก (unconscious) การเจอเทพในป่า เจอขุมทรัพย์ในป่า จะพบเห็นได้ในตำนาน นิทานทั่วโลก มันจริงทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นป่าจริงๆ หรือป่าแห่งจิตใจ ซึ่งขุมทรัพย์หรือเทพ ก็คือด้านดีๆ ที่อยู่ในใจมนุษย์ ไม้ไผ่เป็นพืชมหัศจรรย์ โตไว โดนตัดไปแต่ไม่นานก็แทงหน่อไม้ขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ไผ่มีความยืดหยุ่นสูง มีประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร สร้างบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ เป็นธรรมชาติที่ให้คุณประโยชน์มากมาย จึงคิดว่า ไผ่ น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต ทั้งทางกายและทางใจ นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ‘resilience’ ที่ไม่ว่าจะเผชิญปัญหา หรือความยากลำบากใดๆ ถึงจะล้มก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ ไม่ย่อท้อ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของจิตใจ เปิดเรื่องด้วยคุณตาแก่ๆ ไม่มีลูก แต่ทำงานขยันขันแข็ง อดทน ตัดไผ่หาเลี้ยงชีพ คุณตาเองก็มีความเป็นไผ่อยู่เช่นกัน จนวันหนึ่งก็ได้เห็นแสงสว่างจากกระบอกไม้ไผ่ แล้วเจอเด็กตัวจิ๋วน่ารัก คือเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ (Kaguya) การเกิดที่ผิดธรรมดานี้ บอกว่าเธอเป็นเทพ เป็นเด็กมหัศจรรย์ (divine child) ไม่ใช่มนุษย์สามัญทั่วไป ทำไมเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่จึงมาปรากฎ คนโดยทั่วๆ ไป เมื่ออายุมากขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่ม maturity ก็ควรจะเพิ่มขึ้นตาม หมายความว่า ควรจะมีการเติบโตทางจิตอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้านดีๆ wisdom ภายใน ก็จะปรากฎ ในกรณีนี้ เป็นด้าน feminine ที่เป็นแสงสว่างที่งดงามมาก นำพาความรัก ความสุข ชีวิต ความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภมาให้ เรื่อง fertility นี้ ดูจากที่พอคุณยายได้อุ้มเจ้าหญิง แล้วอยู่ๆ ก็มีน้ำนมซะงั้น และดอกไม้ใบหญ้าก็อุดมสมบูรณ์มาก คุณสมบัติหลายข้อของเจ้าหญิง Kaguya ทำให้นึกถึง Aurora หรือเจ้าหญิงนิทราผู้เป็นแสงสว่าง ความรักของสองตายาย ทำให้เจ้าหนูกระบอกไม้ไผ่ เติบโตรวดเร็วนัก การให้ความสนใจ ให้พลังงานแก่ด้านดีๆ ภายใน (archetypal images) มันก็จะเติบโต แข็งแรง และนำพา potential ศักยภาพ และสิ่งดีๆ ในเรา ให้เจิดจรัสออกมาด้วย เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ มีเพื่อนเล่นมากมาย สนุกสนาน มีอิสระ มีความสุข เติบโต แข็งแรง เธอค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของชีวิต ผ่านประสบการณ์ชีวิตต่างๆ เรียนรู้อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเราจะขอเรียกว่าเป็นการ humanification ทำให้เป็นมนุษย์ ขณะที่เธอร้องเพลงเล่นกับเพื่อนๆ เธอจดจำเนื้อเพลงที่ลืมเลือนไป “Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me. I will return to you ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ” ร้องจบแล้วก็ร้องไห้ ออกแนว melancholy เหมือนคีย์ของเพลงที่เธอร้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ‘longing’ โหยหาถึงบางสิ่งบางอย่าง มันเป็นเพลงจากอีกภพหนึ่ง ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ เธอรอคอยวันที่จิตสำนึกของเราจะระลึกถึงเธอจากอีกฟากของจิตใจ รอให้ถูกพบ ถูกรัก และทำให้เธอมีตัวตนจริงๆ ขึ้นมา เจ้าหญิงน้อยได้ระลึกถึงตัวตนของเธอ เธอจดจำความรู้สึกที่หายไป เกิดการเชื่อมโยงสองโลกสองภพ (จิตสำนึก และ จิตไร้สำนึก) ผ่านหนูน้อยคนนี้ ณ เสี้ยววินาทีนั้น การที่เธอได้ออกมาอยู่บนโลกนี้ (โลกแห่งจิตสำนึก) และมีความรู้สึก ทำให้เธอมีความ “เป็นจริง มีตัวตน” ไม่ใช่แค่ a feelingless element in the unconscious หรือเป็นเพียงด้านหนึ่งในจิตใจ ที่ไร้ความรู้สึกใดๆ บทเพลงนั้นกล่าวถึงธรรมชาติและสรรพสิ่ง และวัฏจักรชีวิต ที่หมุนวนเป็นสัจธรรม อาจจะมองว่าเป็นชาติที่แล้ว หรือ pattern ของพฤติกรรม/เรื่องราวที่เกิดซ้ำๆ ในจิตมนุษย์ ที่วนกลับเข้ามาอีกครั้ง เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง หลังจากฉากนี้ คุณตาก็เจอทองคำในไผ่ ด้านเทพในจิตได้เติบโต และเชื่อมโยงภายนอกและภายในเข้าด้วยกันแล้ว เธอมีความรู้สึก เธอมีความทรงจำ การที่ตายายให้ความรักความเอาใจใส่ต่อด้าน feminine ผู้เป็นแสงสว่างนี้ นำมาซึ่งโชคลาภ ทองอาจหมายถึงทองคำจริงๆ หรืออาจหมายถึง ศักยภาพใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ บุคลิกภาพด้านดีอื่นๆ ที่เคยแฝงเร้นแต่บัดนี้ได้ฉายแสงปรากฎออกมาแล้ว แต่หลังจากพบทอง คุณตากลับอุบเงียบไม่บอกคุณยาย คุณตาเปลี่ยนไป ฉากเด็ดต่อมาคือ เจ้าหญิงน้อยอยากกินผลแตงเลยไปขโมยมา พี่ซูเตมารุ ที่ตอนแรกก็ห้ามปรามแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวตัดผลแตงมาแอบกินกันสองคนใต้พุ่มไม้เอร็ดอร่อย ฉากนี้นึกถึง Adam กับ Eve ที่ถูกงูล่อลวงให้กินแอปเปิล ซึ่งก็หมายถึงการมีเซ็กซ์ ไม่ต่างกัน เด็กสองคนอดใจต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควร ถ้าจะมองแบบใสๆ ก็คือ ความรักได้เกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้แล้ว ถ้าจะมองแบบเถื่อนๆ ก็คือการมีเพศสัมพันธ์ ด้าน feminine กับด้าน masculine ได้สานสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ซึ่งหลังจากนั้น คุณตาก็เจอผ้าพวยพุ่งขึ้นมาจากต้นไผ่ The Tale of Princess Kaguya (2014) - [Kaguya-hime no Monogatari] ชื่อไทย: เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ ผลงานจากค่าย Studio Ghibli เรื่องล่าสุดของ อิซาโอะ ทาคาฮาตะ เจ้าของผลงาน Only Yesterday, Pom Poko , My Neighbors the Yamadas และเรื่องที่หลายคนน่าจะรู้จัก Grave of the Fireflies หรือ "สุสานหิ่งห้อย" นั่นเอง เรื่องนี้ ดัดแปลงมาจากตำนานพื้นบ้านเก่าแก่ของญี่ปุ่น ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 อย่าง ตำนานคนตัดไผ่ หรือ ตำนานเจ้าหญิงคางุยะ เรื่องราวของชายชราผู้มีอาชีพขายไม้ไผ่ และวันนึงได้พบกับเด็กทารกหญิงขนาดเท่าหัวแม่มือจากกระบอกไม้ไผ่ เขาจึงนำกลับมาให้ภรรยาเลี้ยงดูแล และเรียกเธอว่า 'ฮิเมะ' (เจ้าหญิง) มาตลอดจนกระทั่งได้ตั้งชื่อให้สมกับตัวเธอว่า "คะงุยะ-ฮิเมะ" ที่แปลว่า "เจ้าหญิงแห่งราตรีอันเรืองรอง" ความน่าสนใจของเรื่องนี้ คือ ยังคงใช้เทคนิคการทำอนิเมะ 2 มิติ โดยการวาดมือที่หาดูยากในปัจจุบัน และลายเส้นยังเป็นลายเส้นแบบงานศิลปะโบราณของญี่ปุ่นที่เรียกว่า Chōjū-jinbutsu-giga หรือภาพวาดพู่กันสีน้ำที่คงเอกลักษณ์ของการ์ตูนญี่ปุ่นโบราณ ลายเส้นที่สวย งดงาม และหาดูได้ยากมาก เริ่มต้นเรื่องด้วยความเรียบง่าย เพลินไปกับลายเส้นสวย งดงาม ด้วยภาพวาดสีน้ำปลายพู่กัน ที่ไม่ใช่แค่แอนิเมชั่น แต่คือการถ่ายทอดงานศิลปะเป็นภาพเคลื่อนไหว ผ่านตำนานของญี่ปุ่นโบราณที่สุดแสนประทับใจ ให้ค่อยดื่มด่ำไปกับความน่ารัก สดใส ในวัยเด็ก แล้วค่อยๆเติบโต ซึมลึกไปพร้อมกับเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ ค่อยๆ เพิ่มระดับอารมณ์เหมือนความคิดของเรา โตไปพร้อมกับตัวละคร จนเมื่อจมดิ่งเข้าสู่ช่วงท้าย ก่อนที่หนังจะจบลง เหมือนกับจะบอกว่า ใดๆในโลกนี้ ย่อมมีจุดสิ้นสุด แต่ที่ยังเหลือไว้คือความทรงจำ ที่ไม่มีสิ่งใดลบเลือนได้ หนังเรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกอย่างนี้จริงๆ เหมือนเราค่อยๆโตไปกับหนัง เปลี่ยนความรู้สึกจากวัยใส เป็นวัยผู้ใหญ่ที่ต้องมีเรื่องคิดและตัดสินใจมากขึ้น มีโลกที่หม่นหมองมากขึ้น และลายเส้นแต่ละช่วง ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก โดยที่ไม่ต้องมีบทพูด ก็สามารถรับรู้ได้ ว่าช่วงเวลาแห่งความสุขภาพวาดจะออกมาเป็นยังไง แล้วเมื่อไหร่ที่เรามีความทุกข์หรือสับสน ลายเส้นจะยุ่งเหยิงขนาดไหน ทุกภาพบรรจงถ่ายถอดออกมาอย่างลึกซึ้ง เหมือนกำลังนั่งมองงานศิลป์ จมดิ่งเข้าไปในภาพวาด แล้วกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว และ Soundtrack ก็เป็นจุดเด่นของค่ายจิบลิ ที่เรื่องนี้ก็ไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ที่แม้แต่เพลงพื้นบ้านง่ายๆ เพลงเดียวกัน ร้องคนละช่วงเวลา แต่ดนตรีให้ความรู้สึกต่างกันลิบลับ ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะถูกปรับแต่งให้ดูแฟนตาซีมากไปหน่อย ที่ทำให้ดูติดตลก แต่ก็แฝงความน่ารักให้อมยิ้ม สุดท้ายก็จบลงอย่างประทับใจ จนแทบไม่อยากลุกออกจากโรง และต้องนั่งฟังเพลงความหมายดีๆ ตอน End Credit จนจอดับไป สรุปคือ - ลายเส้น สวย งดงาม เหมือนกำลังนั่งดูงานศิลปะ ที่เคลื่อนไหวได้ - จากความน่ารักในต้นเรื่อง คิดว่าจะไม่ดราม่า เสียน้ำตา แต่สุดท้ายก็เสียน้ำตาจนได้ - อีกหนึ่งความประทับใจของค่ายนี้คือ Soundtrack ที่แม้แต่ดนตรีก็ไพเราะ และสื่ออารมณ์ได้ดีมาก - งานภาพอนิเมะ 2D แบบฉบับญี่ปุ่นโบราณ ที่สมัยนี้หาดูได้ยากมากๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว - ภาพทุกภาพ ทุกลายเส้น บ่งบอกอารมณ์ได้ชัดเจน ว่าตัวละครกำลังรู้สึกยังไง - ประทับใจมาก จิบลิไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ เป็นอีกเรื่องที่แฟนจิบลิไม่ควรพลาด

Thai HD
0 /10

แสดงความคิดเห็น