Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

แล้วจักรวาลมาร์เวลก็ถึงกาลกลับมาเล่าเรื่องของเทพเจ้าอีกที หลังจากเล่าไปสองครา เริ่มต้องการจะหาอะไรใหม่ใส่ลงในหนังที่คนเริ่มคุ้นเคย เริ่มด้วยการเปลี่ยนทรงผมของเทพเจ้าสายฟ้า เปลี่ยนผู้กำกับเป็นคนใหม่ และปรับหลายสิ่งที่ทำให้ได้หนังธอร์ในกลิ่นใหม่ๆ กลายมาเป็น ‘Thor Ragnarok’ ถ้าเรียกเป็นชื่อไทยก็ได้ว่า ‘ศึกอวสานเทพเจ้า’ ที่เราจะได้ดูกันในวันนี้ ธอร์ภาคนี้เปลี่ยนมือมาเป็นทีของ Taika Waititi ผู้กำกับการ ที่มีผลงานอย่าง ‘Hunt for the Wilderpeople’ ได้ลองใช้ความชำนาญและเอกลักษณ์ของตนเพื่อให้สร้างสรรค์หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่แตกต่างไปจากสองภาคก่อนดูบ้าง เทพเจ้าสายฟ้าธอร์ (Chris Hemsworth) ในภาคนี้ เขาควรต้องผจญกับเหตุสงครามยักษ์ที่เคยถูกทำนายทายทักเอาไว้แต่ชาติปางไหนไม่ทราบ มันจะเปลี่ยนเป็นสงครามที่ทำลายแอสการ์ดให้ย่อยยับ ทว่าก่อนหน้านั้น เขาถูกเนรเทศไปยังสุดขอบจักรวาล เมื่อได้รู้ว่าสงครามตามคำทำนายมันได้เริ่มขึ้นไปแล้ว เขาก็ต้องหาทางกลับมายังแอสการ์ดเพื่อให้ยับยั้งความสูญเสียนั้นให้ได้แต่ก็ปรากฏว่า เขาไม่อาจได้กลับแอสการ์ด ธอร์ได้พบว่า โลกิ (Tom Hiddleston) พี่น้องบุญธรรมผู้แปลงเป็นเทพโอดินเพื่อให้ครอบครองแอสการ์ด ขณะที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องพบกับการโจมตีของเฮล่า (Cate Blanchett) จนเขาต้องสูญเสียค้อนคู่กายไป นี่คงเป็นนัดแรกของธอร์ที่ต้องต่อสู้โดยไร้ค้อน ไม่ทันไร ธอร์ก็ต้องไปผจญภัยบนดาวขยะ ตรงนั้นเขาต้องต่อสู้กลางสนามประลองในลักษณะแกลดิเอเตอร์ กับคู่ปรับที่เขาคุ้นเคย แบนเนอร์ หรือยักษ์เขียว ฮัลค์ (Mark Ruffalo)​ นั่นเอง แล้วเขาจะทำยังไงกับการกลับแอสการ์ดเพื่อให้ภารกิจต่อกรกับเฮล่า วายร้ายผู้ซึ่งกลับมาเพื่อให้ทำลายล้างนครอันเรืองอร่ามให้พังยับไปกับตา วายร้ายผู้ซึ่งมีพลังสูงลิบเกินกำลังที่เขาจะต้านทานไหว หลังธอร์ภาคแรกดูไม่มีข้อดีอะไรมากนอกจากความเป็นภาคกำเนิดเทพเจ้าสายฟ้า ภาคต่อมา ‘Thor: The Dark World’ จึงจัดเต็มความเพลิดเพลินมากขึ้นด้วยฉากบู๊ฉวัดเฉวียนและการวาร์ปไปมา จนเรียกศรัทธาคนดูขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง มาคราวนี้ Marvel ผ่าตัดใหม่อีกทีด้วยการเพิ่มสีสันให้กับธอร์ผู้เริ่มเบื่อหน่ายกับบทเดิมๆ ซูเปอร์ฮีโร่สายตลก สีสันฉูดฉาด ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และร็อก ด้วยลีลาส่วนตัวของผู้กำกับฯ ที่นำความด้นสดและความตลกโปกฮาคาเฟ่เผ่านาใส่หนังเทพเจ้าหน้าหล่อหุ่นล่ำ ทำให้เปลี่ยนเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เต็มไปด้วยมุกตลกยียวนกวนประสาทไม่เว้นระยะ แม้ช่วงแรก มุกอาจจะยังไม่ปังเท่าไหร่ ไม่ถึงกับชวนขำกลิ้งได้มากนัก พอจะทำให้หึๆ ได้บ้าง

Thai HD
7.9 /10

แสดงความคิดเห็น