Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Underworld: Blood Wars มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร (2016) ห่างจากภาคที่แล้ว ‘Underworld: Awakening’ ไปถึงเกือบสี่ปี ก็ได้เวลากลับมาสานต่อสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อมตะอย่างเหล่าแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าที่ถูกเรียกกันว่า ไลแค่น กันอีกที ทั้งแวมไพร์และไลแค่นต่างก็เป็นอสูรที่ถือกำเนิดบนโลกนี้มานาน และซุกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสังคมมนุษย์ มีความเป็นกึ่งอมตะ ดำรงชีวิตอยู่ได้นาน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน ก็แค่จุดอ่อนจะต่างกัน ‘Underworld: Blood Wars’ ภาคที่ห้าของมหากาพย์สงครามที่ยังไม่จบสิ้นเสียทีผ่านไปสี่ภาค ดูจะยังไม่หนำใจและยังมีอะไรให้หยิบมาเล่าและสร้างเป็นหนังยาวได้เรื่อยๆ ‘Underworld’ เป็นหนังที่เน้นหนักในการเดินเรื่องที่มีแต่ฉากกลางคืน ทั้งเรื่องมีแต่แวมไพร์ที่โดยแสงอาทิตย์แล้วจะตาย กับไลแค่นที่ต้องการแสงจันทร์สงครามยังไม่จบไม่สิ้น ในภาคนี้ ดูท่าเหล่าไลแค่นจะเข้มแข็งยิ่งขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีผู้นำคนใหม่อย่าง แมเรียส (Tobias Menzies) ที่ก้าวขึ้นมาสร้างทัพเหล่ามนุษย์หมาป่าให้น่ายำเกรง เป็นนัดแรกที่เหล่าแวมไพร์กริ่งเกรงว่าเผ่าพันธุ์ตัวเองสุ่มเสี่ยงจะถึงกาลอวสาน จนแวมไพร์ระดับผู้นำสาวอย่าง เซมีร่า (Lara Pulver) ยังต้องขอสภาให้นำแวมไพร์ทรยศอย่าง เซลีน (Kate Beckinsale) กลับเข้าเผ่าอีกทีเพื่อให้ช่วยฝึกเหล่าพลพรรคนักรบให้กล้าแกร่งพอจะต่อกรกับทัพไลแค่นได้ภาคนี้ยังคงมีชายหนุ่มหล่อเข้มอย่าง Theo James ผู้สวมหน้าที่เป็นเดวิด บุตรชายแห่งโทมัส (Charles Dance) ผู้นำแวมไพร์ที่อยู่มาตั้งแต่ภาคที่แล้ว เขาเปลี่ยนเป็นคนสนิทของเซลีน เป็นพันธมิตรเดียวที่คุณเหลืออยู่ และเซลีนก็ไม่เคยบอกใครว่าลูกอีฟของคุณอยู่แห่งหนตำบลใด รีวิว วิจารณ์หนัง ‘Underworld: Blood Wars’ หลังจากให้เวลากับตัวเองหนึ่งคืนกับการทบทวนความจำเรื่อง ‘Underworld’ ในทุกภาคที่ผ่าน ก็ทำให้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาคห้าได้ดีพอควร จนคิดว่า นี่ถ้าเราไม่ได้ทบทวนมากวน เราคงจะจดจำได้แค่เซลีนมีลูกกับชายต่างเผ่าพันธุ์ได้แค่นั้น ส่วนวิคเตอร์ มาร์คัส และอมิเลียคือใครคงจะมึนไปสักพัก ทำให้ต้องยอมรับว่าถ้าศึกษาภาคเก่าหรือจำเรื่องราวต่างๆ ได้ก่อนจะมาดู ‘มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร’ ก็น่าจะเป็นการดี สานต่อมหากาพย์สงครามล้างพันธุ์อสูร การดูหนังภาคต่อแบบสี่ภาครวดจะยิ่งทำให้มองว่า คนคิดบทคนสร้างเรื่อง เขาก็ดูจะครีเอทดีในการสร้างเรื่องที่เคยกล่าวถึงเพียงผ่านๆ ในภาคแรก จับมาขยายต่อเป็นฉากๆ ในภาคต่อมาโดยพยายามอย่างมากที่จะทำให้มันไปกันได้และไม่กระทบกระเทือนสิ่งที่เคยเล่าไว้ในภาคก่อน เมื่อผ่านมาถึงภาคที่ห้า แน่ๆว่ามันย่อมเขียนเรื่องราวได้ยากขึ้น

Thai FullHD
5.8 /10

แสดงความคิดเห็น