Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

What's Eating Gilbert Grape (1993) รักแท้เลือกไม่ได้ รักแท้เลือกไม่ได้ (อังกฤษ : What's Eating Gilbert Grape?) คือภาพยนตร์อเมริกันปี พ.ศ. 2536 แนวครอบครัว กำกับโดย ลาซเซ ฮัลสตรอม ประพันธ์บทภาพยนตร์โดย ปีเตอร์ เฮดจ์ส และนำแสดงโดย จอห์นนี เดปป์ จูเลียตต์ เลวิส และลีโอนาโด ดิคาปริโอ เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของปีเตอร์ เฮดจ์ส (ผู้ประพันธ์บทภาพยนตร์เรื่องนี้) ที่ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2534 สถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้คือเมืองแมนเนอร์ รัฐเท็กซัส เนื้อเรื่องย่อ เรื่องเล่าถึงชีวิตของกิลเบิร์ต เกรป (จอห์นนี เดปป์) ชายชายหนุ่มชาวชนบทในเอนโดรา เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐไอโอวา เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ประกอบไปด้วยบอนนี เกรป (ดาร์เลน เคตส์) มารดาผู้เป็นโรคอ้วนและมีรูปร่างใหญ่โตเกินขนาด อาร์นี เกรป (ลีโอนาโด ดิคาปริโอ) น้องชายที่พิการทางสมอง เอมี เกรป (ลอรา ฮาร์ริงตัน) พี่สาวคนโต และเอลเลน เกรป (แมรี เคต สเคลล์ฮาร์ดต์) น้องสาวคนเล็ก หน้าที่ประจำของกิลเบิร์ตคือการปกป้องดูแลอาร์นี และทำงานในร้านขายของชำของสองสามีเมียตระกูลแลมสันที่กำลังมีปัญหาจากการเผ่านาแย่งตลาดของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งใหม่ที่ชื่อ "ฟูดแลนด์" ส่วนชีวิตส่วนตัวของเขา กิลเบิร์ตมีความเกี่ยวพันเชิงยก้สาวอย่างลับ ๆ กับเบตตี คาร์เวอร์ (แมรี สตีนเบอร์เกน) หญิงที่อาศัยในเอนโดราเหมือนกัน คุณคนนี้เป็นแม่บ้านลูกสองและเมียของเคน คาร์เวอร์ (มาร์ก จอร์แดน) ต่อมา กิลเบิร์ตได้พบกับเบคกี (จูเลียตต์ เลวิส) หญิงสาวที่เดินทางมาพร้อมกับยายของคุณโดยใช้รถบ้านเป็นพาหนะ แต่เดินทางต่อไม่ได้เพราะรถบ้านคันนั้นเสีย ทั้งเบคกีและกิลเบิร์ตเริ่มสานความเกี่ยวเนื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ไปถึงเบตตี คุณพยายามยื้อความเกี่ยวข้องลับ ๆ กับกิลเบิร์ตเอาไว้ แต่สุดท้ายภายหลังที่พบกว่ากิลเบิร์ตไม่ยอมรับตัวคุณอีกแล้วและสามีของคุณก็ถึงแก่กรรมจากอุบัติเหตุ คุณก็ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองเพื่อให้ค้นหาชีวิตใหม่ หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านไป กิลเบิร์ตกับเบคกีต่างมีความรักให้แก่กัน ขณะที่อาร์นีก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับกิลเบิร์ตมากขึ้น ตั้งแต่แอบปีนขึ้นไปบนหอเก็บน้ำในเมืองจนถูกตำรวจจับ ทำเค้กที่เอมีทำไว้เพื่อให้ใช้ในงานเลี้ยงวันเกิดครบ 18 ปีของตัวอาร์นีเองพัง ไปจนถึงแอบกินเค้กที่กิลเบิร์ตซื้อมาแทนเค้กของเอมีก่อนงานวันเกิดจริง ๆ ปัญหาต่าง ๆ ที่อาร์นีก่อขึ้นมาประกอบกับแรงกดดันจากชีวิตและครอบครัวทำให้กิลเบิร์ตบันดาลโทสะและรังควานร่างกายอาร์นีในวันที่อาร์นีแอบกินเค้กก้อนนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้อาร์นีสะดุ้งและโกรธจนหนีออกจากบ้านในขณะที่กิลเบิร์ตก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อให้ไปหาเบคกีด้วยอาการสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป เมื่อไปถึงรถบ้านของเบคกี เขาพบว่าอาร์นีกำลังอยู่กับเบคกีด้วย โดยในขณะนั้นเบคกีกำลังชวนอาร์นีที่กลัวน้ำ (ซึ่งมีสาเหตุมาจากครั้งหนึ่งเขาเคยถูกกิลเบิร์ตปล่อยทิ้งไว้ในอ่างอาบน้ำผ่านคืนโดยไม่ได้ตั้งอกตั้งใจ) ลงมาเล่นน้ำในบ่อใกล์กับที่คุณพำนักอยู่เพื่อให้เป็นการบำบัดโรคกลัวน้ำนี้ ซึ่งอาร์นีก็ยอมลงเล่นน้ำกับคุณด้วยดี ก่อนที่คุณจะส่งเขากลับไปให้เอมีและเอลเลนที่ออกมาตามหาอาร์นีในค่ำคืนวันนั้น ความประพฤติปฏิบัติของเบคกีทำให้กิลเบิร์ตพอใจอย่างมาก ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันที่ครอบครัวเกรปจัดงานเลี้ยงวันเกิดครบ 18 ปีให้กับอาร์นี กิลเบิร์ตตัดสินใจกลับมาร่วมงานเลี้ยงคราวนี้และขอโทษอาร์นีในสิ่งที่ทำลงไป ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเมื่อพี่ชายและน้องชายกลับมาคืนดีอีกรอบ แต่หลังจากงานเลี้ยงวันนั้น บอนนี แม่ของพวกเขาก็ถึงแก่กรรมอย่างสงบ โดยก่อนสิ้นใจคุณได้กล่าวชื่นชมกิลเบิร์ตว่าเขาคือ "อัศวินในชุดเกราะที่ส่องแสงแวววาว" (knight in shimmering armor) และเขาก็เติบโตขึ้นแล้ว ในการเคลื่อนย้ายศพของบอนนีที่มีขนาดใหญ่ (ขนาดที่กิลเบิร์ตมักใช้พรรณนาให้เบคกีฟังเสมอว่าเท่ากับปลาวาฬ) นั้น ทางการของเมืองจะเผ่านาช่วยเหลือโดยจะใช้เครนมายกและใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเคลื่อนย้าย จากวิธีดังที่ได้กล่าวมาแล้วทำให้ลูก ๆ ทั้ง 3 ที่ประกอบไปด้วยกิลเบิร์ต เอมี และเอลเลน กลัวว่าจะทำให้ศพของแม่เป็นข้อดีให้ชาวเมืองหัวเราะเยาะได้ เพราะรูปร่างของบอนนีเป็นที่โจษขานกันในหมู่ชาวเมืองอยู่แล้วว่าแปลก พวกเขาจึงคิดหาวิธีอื่นในการเคลื่อนย้าย จนในที่สุดกิลเบิร์ตก็ตัดสินใจไม่ย้ายศพของแม่ออกจากบ้าน แต่ได้จุดไฟเผาบ้านทั้งหลังที่มีศพของบอนนีนอนอยู่ในนั้นแทน หนึ่งปีต่อมาหลังจากนั้น ครอบครัวเกรปที่เหลืออยู่ได้แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของตนเอง มีแต่กิลเบิร์ตก็ยังทำหน้าที่ดูแลอาร์นีเช่นเดิม ภาพสุดท้ายที่ผู้ชมได้เห็นคือทั้งสองได้พบกับเบคกีอีกรอบ นับตั้งแต่ที่คุณจากเมืองเอนโดราไปเมื่อปีที่แล้ว คุณโดยสารรถบ้านที่ขับมาโดยยายของคุณเช่นเดิม แต่คราวนี้คุณได้รับกิลเบิร์ตและอาร์นีไปร่วมเดินทางและใช้ชีวิตกับคุณด้วย ผู้แสดง จอห์นนี เดปป์ แสดงเป็น กิลเบิร์ต เกรป จูเลียตต์ เลวิส แสดงเป็น เบคกี ลีโอนาโด ดิคาปริโอ แสดงเป็น อาร์นี เกรป ดาร์เลน เคตส์ แสดงเป็น บอนนี เกรป แมรี สตีนเบอร์เกน แสดงเป็น เบตตี คาร์เวอร์ ลอรา ฮาร์ริงตัน แสดงเป็น เอมี เกรป แมรี เคต สเคลล์ฮาร์ดต์ แสดงเป็น เอลเลน เกรป เควิน ไท แสดงเป็น เคน คาร์เวอร์ จอห์น ซี. รีลลี แสดงเป็น ทัคเกอร์ ฟาน ดายก์ คริสพิน โกลฟเวอร์ แสดงเป็น บอบบี แมคเบอร์นีย์ การเข้าฉายและรายได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายนัดแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 17 ธันวาคม 2536 โดยฉายแบบจำกัดโรงภาพยนตร์ ก่อนที่จะฉายแบบไม่จำกัดโรงอีกรอบในวันที่ 4 มีนาคม 2537[1] สำหรับรายได้รวมในสัปดาห์แรกที่เข้าฉายนั้นอยู่ที่ 2,104,938 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรายได้รวมภายในประเทศนั้น อยู่ที่ 10,032,765 ดอลลาร์สหรัฐ[2] การตอบรับ ตัวภาพยนตร์ได้รับการตอบรับที่ค่อนไปในเชิงบวกจากนักวิจารณ์จำนวนมาก โดยคนที่เผ่านาวิจารณ์ผ่านเว็บรอตเทนโทเมโทส์ 32 จาก 36 คนยกให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระดับ "fresh" ทำให้ได้รับคะแนนคิดเป็นร้อยละ 90[3] สอดคล้องกับที่นักวิจาร์ภาพยนตร์อาชีอย่างโรเจอร์ เอเบิร์ต จากนิตยสารชิคาโกซัน-ไทมส์ ได้กล่าวไว้ว่า "(ภาพยนตร์เรื่องนี้) เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีมนต์เสน่ห์ที่สุดแห่งปี"[4] ส่วนทางด้านดาราก็ได้รับการตอบรับในด้านบวกเช่นกัน ทอดด์ แมคคาร์ที จากเว็บวาไรอิตี กล่าวถึงจอห์นนี เดปป์ ในหน้าที่ของกิลเบิร์ตว่า "เดปป์สามารถคุมความเป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์ด้วยลักษณะท่าทางที่น่าดึงดูดใจเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม"[5] ส่วนแจเนต แมสลิน จากนิวยอร์กไทมส์ กล่าวชมการแสดงของลีโอนาโด ดิคาปริโอ ในบทอาร์นีว่า "คนที่เป็นสุดยอดของหนังเรื่องนี้จริง ๆ คนคุณดิคาปริโอ ที่ทำให้การเคลื่อนไหวของอาร์นีน่าขนลุกและดูมีชีวิตชีวา...การแสดงของเขานั้นแหลมคมตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง"[6] ซึ่งในส่วนของดิคาปริโอนั้นเอเบิร์ตก็ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า เขาสมควรได้รับรางวัลอคาเดมีที่เขามีชื่อเข้าชิง[4] (ในงานประกาศรางวัลอคาเดมีครั้งที่ 66 ดิคาปริโอได้รับการคัดเลือกให้เข้าชิงในสาขาผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย)

Thai FullHD
7.8 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ