Thai = เสียงไทยมาสเตอร์, Thai(C) = เสียงไทยโรง, Soundtrack(T) = เสียงซาวด์แทรกซับไทย, Soundtrack(E) = เสียงซาวด์แทรกซับอังกฤษ

เรื่องย่อ

Wonder Woman เริ่มเล่าตั้งแต่เจ้าหญิง Diana (Gal Gadot จาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Fast & Furious) ยังเป็นเด็กอยู่ที่เกาะ Themyscira กับราชินี Hippolyta (Connie Nielsen จาก Gladiator) ผู้เป็นแม่ และนายพลหญิง Antiope (Robin Wright จาก Forrest Gump) ผู้เป็นน้า วันหนึ่งสายลับอเมริกา Steve Trevor (Chris Pine จาก Star Trek และ Into the Woods) ขโมยสมุดบันทึกของ Dr. Maru หรือ Dr. Poison (Elena Anaya จาก The Infiltrator) กับนายพล Erich Ludendorff (Danny Huston จาก X-Men Origins: Wolverine) มา เขาจึงต้องหลบหนีทหารเยอรมันจนหลุดเผ่านายังเกาะ Themyscira ทำให้ Diana รู้ว่าข้างนอกกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 คุณจึงออกเดินทางกลับลอนดอนกับ Steve เพื่อให้หยุดสงครามนี้… หยุด Ares เทพเจ้าแห่งสงครามคนที่คุณเชื่อว่าเป็นต้นเหตุแห่งสงครามนี้ Wonder Woman คือฮีโร่หญิงที่โลกต้องการ ผู้หญิงคนนี้ถือว่าครบเครื่อง บู๊ได้ สวยได้ ตลกได้ นอกจากสวยสตรองและเท่ระเบิดระเบ้อโล่แตกแล้ว แต่ยังเป็นตัวแทนคุณความดีงามและตัวแทนเฟมินิสต์ที่แท้ทรู ตัวหนังเอง ถึงแม้จะยาวถึง 2 ชั่วโมงกับอีก 20 นาทีนิด ๆ แต่ก็สนุกเว่อร์ ความหรรษาครบรส ฉากแอ็คชั่นนี่เรียกว่าบู๊วินาศสันตะโร ดู IMAX3D นี่คุ้มมาก (บอกเลยว่า เราแอบสะดุ้งกับ 3D ที่พุ่งในหลาย ๆ ฉากรบ เช่น ฉากยิงธนู สมจริงมาก ๆ) ไหนจะซีนโรแมนติก ดราม่า หรือคอเมดี้ ก็มาหมด ที่สำคัญนี่เป็นหนังฮีโร่ที่เล่นหลักสำคัญสงครามและหัวข้อเฟมินิสต์อย่างที่หนังฮีโร่เรื่องอื่น ๆ ไม่เคยทำถึงมาก่อน… wonderful จริง ๆ Wonder Woman เป็นหนังฮีโร่ที่ผสมผสานระหว่าง Thor กับ Captain America กล่าวคือ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทพ ชาว Amazons ถูกสร้างโดยเทพ Zeus และตัวร้ายของเรื่องก็คือ Ares เทพเจ้าแห่งสงคราม แล้วเหตุการณ์ในเรื่องมันเกิดในช่วงสงครามโลก ข้อความสำคัญเทพบางซีนออกจะลิเกไปบ้าง แต่เราก็ชอบที่เขาเล่นหลักสำคัญเรื่องเล่าหรือตำนานปรัมปราเกี่ยวกับเทพเจ้า นางเอกเติบโตมากับเรื่องเล่าของแม่ ชีวิตของคุณก็เหมือนเติบโตมาในโลกเทพนิยาย ที่อยู่สวยงามอย่างกับสรวงสวรรค์ ทั้งเกาะมีแต่ผู้หญิงวัยสาว ไม่มีเด็ก ไม่มีแก่ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สงครามดูไกลตัวและเป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง ส่วนพระเอกใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม การสู้รบเข่นฆ่า และไม่ค่อยเชื่อเรื่องเทพ เราชอบการเติบโตของ Diana ในส่วนของมุมมองที่มีต่อสงคราม ในช่วงแรกคุณถวิลหาถึงสงคราม คุณมีสปิริตแรงกล้า ที่แสดงออกผ่านทางแววตาและความประพฤติว่าคุณอยากไปรบเพื่อให้ปกป้องโลกและช่วยเหลือคนที่ไม่มีทางสู้ การได้ออกมาสู่โลกความเป็นจริง คุณค่อย ๆ ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ ว่าจริง ๆ แล้ว การทำสงครามมันไม่ได้ง่าย คุณไม่สามารถช่วยคนทุกคนได้ โดยเฉพาะเป็นอย่างมาก ช่วยคนโดยที่คุณไม่ต้องฆ่าใคร ซีนที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana กำลังเดินทางไปแนวหน้า กับพระเอกและเดอะแก๊ง (ได้แก่ Charlie ชาวสก๊อต (Ewen Bremner จาก Trainspotting), ชาวอินเดียแดง (Eugene Brave Rock), และ Sameer (Saïd Taghmaoui จาก American Hustle)) ตอนนั้น Diana ยังคึกคัก แววตาเหมือนเด็กหญิงกำลังไปโรงเรียนนัดแรก ในขณะที่ทหารคนอื่นที่กำลังไปพร้อมคุณ แววตาเต็มไปด้วยความซึมเศร้า เบื่อหน่าย และเลื่อนลอย ทั้งยังระหว่างทางคุณสวนกับเหล่าทหารผ่านศึก… ไม่มีใครกลับมาจากสงครามแล้วเหมือนเดิม… ไม่มี อีกซีนสงครามที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana ผ่าน “No Man’s Land” ซึ่งเป็นซีนรบจริงจังซีนแรกนับตั้งแต่ Diana ออกมาจากเกาะและมาสู่สมรภูมิที่แท้จริง และเป็นซีนที่คุณสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือพลิกเกมให้กับข้างของพระเอก ซึ่งแฟน ๆ หนังแอ็คชั่นวางใจได้ เท่และมัน(ส์)มาก ใครชอบความวินาศสันตะโร ทำลายล้างทั้งแผ่นดิน Wonder Woman ก็จัดให้ จุดสำคัญที่ทำให้ Wonder Woman เป็นหนังฮีโร่ที่แตกต่างจากหนังฮีโร่เรื่องอื่น ๆ นี่คือหนังฮีโร่ “หญิงเดี่ยว” เรื่องแรก แม้แต่ Black Widow ก็เทียบไม่ได้ เพราะ Black Widow เป็นแค่ฮีโร่หญิง “คนเดียว” ในแก๊งฮีโร่ชายล้วน และดูเหมือนตัวประกอบเสียมากกว่า เหมือน Marvel เอาคุณมาใส่ในทีม Avengers เพื่อให้ให้อยู่ในกระแส Feminism แล้วสุดท้ายก็เหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปกับตัวละครตัวนี้ดี ครั้นจะสร้างหนังแยกเดี่ยวให้คุณ ก็ไม่เห็นวี่แววว่าค่ายจะสร้างให้คุณสักที แล้วด้วยการที่ Gal Gadot เคยเป็นทั้งนางงามและทหารอิสราเอล คุณจึงถ่ายทอดหน้าที่ Wonder Woman ออกมาได้สมจริง คุณมีทั้งความสวย และสรีระที่อาจจะไม่ได้น่ามองสะบึ้มมากนัก แต่กล้ามเนื้อและท่วงท่าอันทะมัดทะแมงของคุณก็ชวนให้คนดูเชื่อได้โดยไม่ต้องพยายามเลยว่า คุณกำลังเป็นนักรบหญิงหรือฮีโร่หญิงจริง ๆ ไม่ว่าคุณจะมีชุดเกราะถือโล่จับดาบไหมก็ตาม Diana เกิดและโตมาในสังคมที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ชาย พอพระเอกโผล่มาและพาคุณไป “The World of Men” ตรงนั้น…ยุคนั้น… มันคือโลกของผู้ชายจริง ๆ ในห้องประชุมก็ต้องมีแต่ผู้ชาย ในสนามรบก็ต้องมีแต่ทหารกล้าชายชาตรี ผู้หญิงเป็นได้เต็มกำลังแค่เลขาฯ (อย่างในเรื่องพระเอกก็มีเลขาฯ คือ Etta (Lucy Davis)) และแม่บ้านแม่เรือนที่มาส่งผู้ชายที่สถานีรถไฟยามเขาไปออกศึกก็เท่านั้น ผู้ชายอาจตั้งข้อกังขาในตัว Diana ว่าผู้หญิงสวยอย่างคุณมาทำอะไรบ้างที่อยู่ในห้องประชุม ผู้หญิงสวยอย่างคุณจะไปสู้รบตบมือกับใครได้ ซึ่ง Diana ไม่เคยต่อปากต่อคำหรืออ้าปากขอ “สิทธิ” หรือ “ความเท่าเทียม” ให้กับผู้หญิง แทนที่คุณจะเอาแต่บอกผู้ชายว่า “ให้โอกาสฉันทำบ้างสิ ฉันก็ทำได้นะ ฉันก็ควรได้ลองนะ” คุณเลือกที่จะแสดงให้ผู้ชายทุกคนเห็นและยอมรับคุณด้วยความประพฤติและความชำนาญของคุณ

Thai FullHD
7.4 /10

แสดงความคิดเห็น

สุ่มหนังเรื่องอื่นๆ